คำถามประจำ 

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผ้า

จากคำถามทางลูกค้าไม่ได้ระบุคราบที่เกิดปัญหามา ทางเราจึงแนะนำวิธีการซักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการทำความสะอาดและขจัดคราบอย่างมีประสิทธิภาพ   โดยทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง

Tip:  เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่

จากข้อมูลข้างต้น คงไม่สามารถระบุถึงสาเหตุได้อย่างชัดเจนแต่อาจจะแบ่งเป็นสาเหตุคร่าวๆได้ดังนี้    1. อาจเกิดจากผ้าสีส้มที่ปนอยู่ในกองผ้าที่ซัก (ผ้าสีตก)  2. อาจเกิดจากการไม่ปฎิบัติตามวิธีการใช้ที่ระบุอยู่บน บรรจุภัณฑ์ เช่น ใช้ปริมาณผงซักฟอกมากเกินไปอาจทำให้มีผงซักฟอกบางส่วนละลายไม่หมด แล้วเกาะติดบนเสื้อผ้า หรืออาจเลือกผลิตภัณฑ์ ไม่เหมาะสมกับวิธีการใช้/ ประเภทเครื่องซักผ้า  3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการตากผ้าเช่น ไม้แขวนเสื่อ หรือ ราวตากผ้า อาจอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ เช่น อาจมีสนิม  4. ในเสื้อผ้าที่ซักรวมกัน อาจมี เข็มกลัด หรือ กระดุมที่มีสภาพไม่สมบรูณ์ เช่น อาจมีสนิม    หมายเหตุ ในกรณีที่ทางลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทและมีความประสงค์ต้องการทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง ขอความอนุเคราะห์ให้ติดต่อมายัง “ ศูนย์บริการผู้บริโภค (Care line) ”  เบอร์โทร 02 739 4000  เพื่อทางเราจะได้ค้นหาถึงสาเหตุของปัญหา

ควรซักด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำที่มีสภาพเป็นกลางหรือมีความเป็นด่างน้อย, น้ำยาซักแห้ง ชนิดอ่อน ถ้าเป็นน้ำยาซักแห้งที่ใช้กับผ้าไหมจะดีมากเพราะจะช่วยถนอมสีและเส้นใยของผ้าไหม หมายเหตุ ก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใดกับผ้าไหมควรทดสอบโดยหยดผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นลงบนบริเวณตะเข็บด้านในดูว่าทำให้ผ้าไหมเปลี่ยนสีหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแสดงว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นใช้ได้  (ที่มา: http://www.qsds.go.th/monmai/tipsdetail.php?adban_id=9)

การทำความสะอาดผ้าไหมให้ใหม่อยู่เสมอ ควรซักด้วยน้ำยาซักแห้ง ชนิดอ่อน ถ้าเป็นน้ำยาซักแห้งที่ใช้กับผ้าไหมจะดีมาก ไม่ควรซักด้วยเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ผ้าไหมยับและ รีดยาก ควรซักผ้าไหมด้วยมือด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรขยี้หรือบิดผ้าแรงๆ เพราะจะทำให้ผ้าเสียทรง ไม่ควรแช่ไว้นานโดยเฉพาะ ผ้าสีสด แต่ถ้าไม่สะดวกในการซักผ้าไหมด้วยน้ำยาซักแห้ง แนะนำให้ใช้  ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรเข้มข้น เช่น บรีส เอกเซล คัลเลอร์ เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยถนอมสีของผ้าไหม  หลังจากซักเสร็จแล้วควรสลัดผ้าไหมให้คลายตัวและไม่ย่นก่อนนำไปตาก เมื่อผ้าแห้งจะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่ายขึ้น การตากผ้าไหมควรตากในที่ร่ม หรือแดดอ่อนๆ เพื่อป้องกันสีซีดเนื่องจากถูกแดดจัดก่อนตากควรสลัดให้ผ้าคลายตัวก่อน จะทำให้ง่ายต่อการรีดมากยิ่งขึ้น การระมัดระวังและเก็บรักษา หลังจากสวมใส่ทุกครั้งให้ตรวจสอบสิ่งสกปรกที่ติดอยู่อย่างระมัดระวัง ผึ่งให้เสื้อผ้าคงรูปเดิมในที่ ๆ มีการถ่ายเทอากาศที่ดีปราศจากฝุ่นละออง ถ้าเสียรูปร่างหรือรอยยับให้ใช้เตารีด รีดให้เรียบ การเตรียมการเก็บรักษา ก่อนเก็บเสื้อผ้าต้องอยู่ในสภาพเรียบไม่มีรอยยับแห้งและสะอาดอยู่เสมอ อย่าเก็บในที่มีความชื้นและต้องปราศจากแมลงหรือราที่จะทำอันตรายกับผ้าไหมควรเก็บใส่ถุงที่มีอุณหภูมิต่ำและสะอาด อาจเก็บในถุงผ้า หรือถุงพลาสติกก็ได้ (ที่มา: http://siam-fabric.com)

ขจัดคราบโดยปล่อยให้โคลนแห้ง ใช้แปรงปัดออก ซักด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้ง จนไม่มีน้ำโคลนออกมา จึงซักด้วยบรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้นตามปกติ ด้วยมือหรือเครื่อง ที่มา http://www.whirlpool.co.th

ควรรีบแยกเสื้อสีตกออกจากเสื้อผ้าตัวอื่นและทำความสะอาดในทันทีที่เกิดรอยคราบ ถ้าปล่อยนานเกินไปอาจทำให้สีฝังแน่นได้ โดยเมื่อพบรอยเปื้อนให้รีบจุ่มเสื้อบริเวณที่เปื้อนลงในแอลกอฮอล์แล้วแช่ทิ้งไว้เพียงเท่านั้นเมื่อนำมาขยี้เบาๆรอยสีนั้นก็จะจางหายไป แล้วล้างน้ำให้แอลกอฮอล์ออกหมดแล้วจึงทำการซักบรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น ด้วยมือ หรือ เครื่อง ตามปกติ หมายเหตุ: ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบสีที่ตก, ชนิดของผ้า และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

Tips:

1. เราควรแยกเสื้อผ้า ตามสี และ ความสกปรกก่อนซักให้แยกเสื้อผ้าที่มีความสกปรกมากออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่หลุดออกมาระหว่างการซัก ไปเกาะติดบนเสื้อผ้าตัวอื่นๆ เช่นเดียวกันควรแยกเสื้อผ้าสีเข้ม หรือ สีตก ออกจากเสื้อผ้าสีขาว หรือ สีอ่อนเพราะผ้าสีขาวจะดูดซึมสี และสิ่งสกปรกได้ง่าย ดังนั้น การแยกซัก จะทำให้สีสันเสื้อผ้าของเราดูไม่เก่า ไม่หมองง่าย

2. เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ ที่มา http://www.thaieditorial.com

คุณลูกค้าสามารถใช้  บรีส เอกเซล โกลด์ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรเข้มข้น กับเครื่องซักผ้าฝาหน้าได้ค่ะ เนื่องจากสูตรของผลิตภัณฑ์นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับซักเครื่องฝาหน้าโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังสามารถขจัดคราบได้ 2 แบบทั้งซัก และป้ายคราบฝังแน่น หมายเหตุ: ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบ, ชนิดของผ้า และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่

ส่วนใหญ่สาเหตุในการเกิดคราบเหลืองใต้วงแขน มาจากการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อระงับกลิ่นกาย แล้วผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปื้อนเสื้อผ้า ซึ่งถ้าเกิดคราบแล้วไม่นำมาทำความสะอาดทันทีจะทำความสะอาดเพื่อให้คราบออกยาก ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ โดย ก่อนทำการซักให้ ทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณ และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

คราบเหลือง คราบเหลืองที่บริเวณคอเสื้อ จัดได้ว่าซักออกได้ยากเนื่องจากเป็นส่วนที่ หมักหมม คราบสกปรกและคราบเหงื่อตลอดทั้งวัน ควรรีบทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบ ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง หมายเหตุ: ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณ และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด  

 Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ คราบรอยปากกา ใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์ลเช็ด จนรอยคราบปากกาที่เลอะจางลง แล้วทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบ ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณ และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด  

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ ที่มา http://www.kroobannok.com

หากเป็นคราบยางมังคุดอาจขจัคราบได้ยากโดยเฉพาะหากทิ้งคราบไว้นาน ก่อนทำการซักให้ ทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบ, ชนิดของผ้า  และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด   

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่

ขจัดคราบโดยปล่อยให้โคลนแห้ง ใช้แปรงปัดออก ซักด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้ง จนไม่มีน้ำโคลนออกมา จึงซักด้วยบรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้นตามปกติ ด้วยมือหรือเครื่อง  ที่มา http://www.whirlpool.co.th บรีส เอกเซล ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ทั้ง 3 สูตรที่คุณลูกค้าใช้สามารถใช้ได้กับผ้าขาวและผ้าสี  และมีคุณสมบัติในการขจัดคราบแต่จะมีรายละเอียดต่างกันเช่น – บรีส เอกเซล คอมฟอร์ท สูตรน้ำ พร้อมกลิ่นของผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท – บรีส เอกเซล คัลเลอร์ สูตรน้ำ ผ้าสีสดใส แม้ซักหลายครั้ง หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบ, ชนิดของผ้า  และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอ

ควรรีบนำเสื้อที่เปื้อนมาทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบ ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง     

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่  หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบ, ชนิดของผ้า  และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

ควรรีบทำความสะอาดในทันทีที่เกิดรอยคราบ ถ้าปล่อยนานเกินไปอาจทำให้สีฝังแน่นได้ โดยเมื่อพบรอยเปื้อนให้รีบจุ่มเสื้อบริเวณที่เปื้อนลงในแอลกอฮอล์แล้วแช่ทิ้งไว้เพียงเท่านั้นเมื่อนำมาขยี้เบาๆรอยสีนั้นก็จะจางหายไป แล้วล้างน้ำให้ แอลกอฮอล์ออกหมดแล้วจึงทำการซักบรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น ด้วยมือ หรือ  เครื่อง ตามปกติ    

Tip:  

 1. เราควรแยกเสื้อผ้า ตามสี และ ความสกปรกก่อนซักให้แยกเสื้อผ้าที่มีความสกปรกมากออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่หลุดออกมาระหว่างการซัก ไปเกาะติดบนเสื้อผ้าตัวอื่นๆ เช่นเดียวกันควรแยกเสื้อผ้าสีเข้ม หรือ สีตก ออกจากเสื้อผ้าสีขาว หรือ สีอ่อนเพราะผ้าสีขาวจะดูดซึมสี และสิ่งสกปรกได้ง่าย ดังนั้น การแยกซัก จะทำให้สีสันเสื้อผ้าของเราดูไม่เก่า ไม่หมองง่าย   

2. เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ ที่มา http://www.thaieditorial.com  หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบสีที่ตก, ชนิดของผ้า และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

ควรรีบนำเสื้อของเด็กๆมาทำการป้ายบรีส เอกเซล สูตรน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบ ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือเครื่อง    

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ หมายเหตุ: ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของคราบ, ชนิดของผ้า, และระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

โดยการนำแป้งที่ใช้สำหรับทาตัวมาโรยลงบนผ้าเช็ดตัวที่เปื้อนน้ำมันนวดออย ทิ้งไว้สักครู่ แป้งจะดูดซับน้ำมันออก และจึงทำการขจัดแป้งออก ต่อจากนั้น ป้ายบรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบ ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อน แล้ว จึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือเครื่อง   

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่ ที่มา: http://www.kroobannok.com

ส่วนใหญ่สาเหตุในการเกิดคราบเหลืองใต้วงแขนมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อระงับกลิ่นกาย แล้วผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปื้อนเสื้อผ้า ซึ่งถ้าเกิดคราบแล้วไม่นำมาทำความสะอาดทันทีจะทำให้การทำความสะอาดคราบนั้นออกยาก ดังนั้น เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่โดยก่อนทำการซักให้ทำการป้าย บรีสเอกเซล ชนิดสูตรน้ำเข้มข้นบนคราบก่อน ทิ้งไว้ซักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้าคะ

คราบขาวๆน่าจะเกิดจากการสะสมของผงซักฟอกละลายไม่หมดแล้วจับเป็นคราบเหนียวที่ถังซัก แนะนำให้ล้างถังซักตามคู่มือการใช้งานของเครื่องซักผ้า คำแนำนำสำหรับการใช้ผงซักฟอก 

1. เลือกชนิดผงซักฟอกให้เหมาะสมกับการใช้งาน 

– ประเภทของการซัก เช่น ซักมือ, ซักเครื่อง 

– คุณสมบัติที่ต้องการ เช่น ถ้าต้องการถนอมสีของเสื้อผ้า ควรเลือกใช้ บรีส เอกเซล คัลเลอร์ เพอร์เฟค 

2. ปฏิบัติตามวิธีการใช้ที่ระบุอยู่บนผลิตภัณฑ์ 

3. หากเครื่องซักผ้าเป็นฝาบน และไม่มีช่องใส่ผงซักฟอก เมื่อจำเป็นต้องซักผ้าจำนวนมาก แนะนำให้ใส่ผงซักฟอกขณะปล่อยน้ำรอให้ผงซักฟอกละลายสักครู่แล้วจึงใส่ผ้าตามลงไป การใช้ผงซักฟอกมากเกินความจำเป็น ไม่ได้ทำให้เสื้อผ้า สะอาดขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับทำให้เกิดปัญหาได้ ผงซักฟอกอาจเข้าไปติดในเนื้อผ้าและเป็นการสูญเสียเงินไปด้วย แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ชนิดน้ำ เพราะผลิตภัณฑ์รูปแบบน้ำ ละลายได้ง่ายในน้ำ และไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ละลายไม่หมดตกค้างอยู่ในเครื่องซักผ้า

การใช้บรีสเอกเซล สูตรน้ำ กับเครื่องซักผ้าสามารถใช้ขจัดคราบได้  ทั้งซัก และทั้งป้ายคราบฝังแน่นในกรณีมีคราบติดอยู่บนเสื้อผ้าให้ทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำสูตรเข้มข้น บนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อน แล้วจึงทำการซักตามปกติด้วยเครื่อง ปริมาณการใช้ ฝา (35 ml) ต่อการซัก ผ้า 15-20 ชิ้น โดยเทผลิตภัณฑ์ในช่องผงซักฟอก    

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำความสะอาดควรปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลาก

ก่อนทำการซัก ให้แช่เฉพาะบริเวณคราบลงในน้ำอุ่นสักพัก  แล้วจึงทำการป้าย บรีสเอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้นบนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อน แล้วจึงทำการซักตามปกติด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้า    

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่

เนื่องจากในการบรรจุสินค้าของทางบริษัท มีการกำหนดค่าช่องว่างเหนือผลิตภัณฑ์ภายในขวดบรรจุสินค้า ( head space) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15 % ดังนั้น ถ้าฉลากบรรจุ 900 ml แสดงว่า ภาชนะดังกล่าวสามารถบรรจุได้สูงสุด 900 ml + 15% เท่ากับ 1035 ml    หมายเหตุ  % Head space ขึ้นอยู่กับ ชนิด น้ำยา, ความข้น และ ความเร็วในการบรรจุ เป็นต้น

คราบที่เกิดขึ้นหลังการใช้ บรีสเอกเซล สูตรน้ำ   อาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม   จึงควรนำเฉพาะบริเวณคราบแช่ในน้ำอุ่น แล้วขยี้เบาๆ   แล้วจึงล้างในน้ำสะอาด ถ้าคราบหลังจากการแช่ในน้ำอุ่นจางลง   คราบดังกล่าวน่าจะเกิดจากผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม

ถ้าเป็นผ้าขาว ควรใช้บรีส เอกเซล ชนิดน้ำสูตรเข้มข้น และสามารถใช้ได้ทั้งซัก และป้ายคราบคะ  แต่ถ้าเป็นผ้าสี ควรใช้บรีส เอกเซล คัลเลอร์ ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น จะช่วยให้ผ้ามีสีสดใส และสามารถใช้ได้ทั้งซัก และป้ายคราบคะ

ตัวการที่ส่งผลต่อการเกิดคราบเหลืองบนรองเท้าผ้าใบสีขาว คือ การตากรองเท้าในบริเวณที่มีแดดแรงๆ และการล้างทำความสะอาดผงซักฟอกที่ใช้ในการซักรองเท้าผ้าใบออกไม่หมด ซึ่งถ้าเกิดคราบเหลืองแล้ว การที่จะทำให้รองเท้ากลับมาขาวเหมือนเดิม ค่อนข้างยาก ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาดังกล่าวจึงควรมีวิธีซักแบบถูกวิธีตั้งแต่แรก  – แปรงที่ใช้ขัด ควรเป็นแปรงสีฟันหัวนิ่มๆ ค่อยๆ ทำ เพราะการขัดรองเท้าจะถลอกหมด  – ควรล้างคราบผงซักฟอก หรือ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าออกจากรองเท้าให้หมดเพื่อไม่ให้เกิดคราบหลังจากการซัก  – การตากให้แห้ง ไม่แนะนำให้ตากแดดแรง จะทำให้รองเท้าเหลือง ที่แนะนำคือ ควรตากแดดอ่อนๆ เท่านั้น ส่วนพื้นรองเท้า สามารถซักเองได้ที่บ้าน โดยงัดในส่วนของพื้นรองเท้าออกมาทำความสะอาดได้เลย และสามารถตากแดดแรงได้ เพราะแม้สีซีดไปบ้างก็ไม่มีผลต่อการมองเห็นอยู่แล้ว   ดังนั้น จึงสามารถตากแดดลดกลิ่นได้เต็มที่

ส่วนใหญ่สาเหตุในการเกิดคราบเหลืองใต้วงแขนมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อระงับกลิ่นกาย แล้วผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปื้อนเสื้อผ้า ซึ่งถ้าเกิดคราบแล้วไม่นำมาทำความสะอาดทันทีจะทำให้การทำความสะอาดคราบนั้นออกยาก ดังนั้น เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่โดยก่อนทำการซักให้ทำการป้าย บรีสเอกเซล ชนิดสูตรน้ำเข้มข้นบนคราบก่อน ทิ้งไว้ซักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้าคะ

การใช้ปริมาณผงซักฟอกมากเกินไป ไม่ได้ส่งผลต่อการที่เสื้อผ้าเปื่อยยุ่ยโดยตรง แต่อาจส่งผลเพียงเล็กน้อยเนื่องจากการขจัดคราบผงซักฟอกในปริมาณมากๆ  ถ้าเป็นการซักมืออาจต้องใช้แรงในการขจัดฟองออกจากเสื้อผ้าหลายๆ รอบ ซึ่งแรงที่ใช้ในการล้างฟองอาจส่งผลต่อเส้นใยผ้า นอกจากนี้ ปริมาณผงซักฟอกที่ไม่ถูกละลาย (เป็นก้อน) อาจเกาะติดบนเสื้อผ้าได้อีกด้วยคะ

ก่อนทำการซักให้ทำการป้ายบรีสเอกเซลชนิดน้ำสูตรเข้มข้นบนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้า    หมายเหตุ: ผลลัพธ์ในการขจัดคราบขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของยาง และระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่

ยางกล้วยมีคุณสมบัติพิเศษ  คือ  เมื่อถูกเสื้อผ้าแล้วจะติดแน่นชักไม่ออก  ถ้าติดซ้ำๆ ที่เดียวกันจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม วิธีแก้ ให้ใช้มะนาวฝานเป็นชิ้นบางๆ มาถูที่รอยยางกล้วยนี้ ยางกล้วยจะหลุดออก ล้างน้ำให้สะอาด แล้วทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบที่เหลือ ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อน แล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่องซักผ้า     หมายเหตุ:  ผลลัพธ์ในการขจัดคราบขึ้นอยู่กับ ปริมาณ  และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด   

Tip:  เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่    (ที่มา: http://www.phuketdata.net/main/index.php?option=com_content&task=view&id=287&Itemid=1 และภูมิปัญญาชาวบ้าน)

คราบดำที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากดินสอ หรือปากกา ที่น้องๆใส่ไว้ในกระเป๋า ก่อนทำการซัก ให้กลับด้านในกระเป๋าออก แล้วทำการป้ายบรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่องซักผ้า    

Tip:  เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่

เสื้อเลอะสีน้ำมัน สามารถขจัดคราบโดยใช้น้ำมันเบนซินเช็ดรอยเปื้อนให้ชุ่ม แล้วใช้น้ำมันสนเช็ดอีกที จากนั้นซักตามปกติค่ะ

สาเหตุผ้ามีกลิ่นอับ มีหลายสาเหตุค่ะ อาจจะเป็นเพราะฝนตกทำให้ผ้าที่ตากได้รับความชื้น แห้งไม่สนิท หรือไม่ได้รับแสงแดดเพียงพอค่ะ แนะนำบรีส เพาเวอร์ สูตรบอกลากลิ่นอับ ช่วยขจัดคราบสกปรก และจัดการกลิ่นอับอย่างได้ผล ด้วยเทคโนโลยี ดีโอ ดิฟฟ์ ให้เสื้อผ้า หอม สะอาดสดชื่น ไร้กลิ่นอับคะ

ใช้ผสมน้ำเพื่อแช่ผ้า หรือใช้สำหรับน้ำแรก และใช้กับผ้าได้ทุกชนิดค่ะ

ใช้น้ำส้มสายชู 2-3 ถ้วยตวง ผสมลงในน้ำ และเทใส่ในถังซักผ้า ตั้งรอบปั่นความเร็วสูงประมาณ 3 นาที แล้วหยุดเครื่องไว้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง จากนั้นก็ให้เครื่องทำงานปกติ (ซัก ล้าง ปั่น  แห้ง โดยไม่มีผ้า) เพื่อให้รา และคราบสกปรก รวมถึงกลิ่นน้ำส้มสายชูหมดไปจากตัวถัง ซึ่งหากกลิ่นยังไม่หมด สามารถทำซ้ำ 2 – 3 ครั้งได้ค่ะ

บรีสสูตรน้ำช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าแบบผงถึง 2 เท่า ไม่ทิ้งผงตกค้างบนเสื้อผ้าหลังซัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นทั้งน้ำยาป้ายคราบ และผลิตภัณฑ์ซักผ้าในเวลาเดียวกันได้ด้วยค่ะ

ในเบื้องต้น แนะนำให้ลองนำผ้าที่สีตกไปแช่ในน้ำเกลือ (ใช้เกลือประมาณ 1 กำมือ) หรือต้มในน้ำเดือด เพื่อให้สีที่ตกจางลง จากนั้นให้นำมาซักตามปกติอีกครั้งหนึ่งค่ะ

ตัวการที่ทำให้เสื้อผ้าตัวสวยของเราเก่า หมอง ไม่สดใส ก็คือ สิ่งสกปรก ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก เหงื่อไคล ฝุ่นละออง ควัน เขม่า คราบไขมัน คราบอาหาร นอกจากนี้ ยังอาจจะเป็นสิ่งสกปรกที่เกิดจากการเลอะเปื้อน น้ำมันเครื่อง คราบเลือด เครื่องดื่มจำพวกชา กาแฟ ช็อคโกแล็ต ถ้าไม่อยากให้เสื้อสีขาวเกิด ความหมอง ในเวลาอันรวดเร็วเราจึงควรมีวิธีซักแบบถูกวิธีตั้งแต่แรก   

1. การแยกเสื้อผ้า ตามสี และ ความสกปรก    ก่อนซักให้แยกเสื้อผ้าที่มีความสกปรกมากออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่หลุดออกมาระหว่างการซัก ไปเกาะติดบนเสื้อผ้าตัวอื่นๆ เช่นเดียวกันควรแยกเสื้อผ้าสีเข้ม หรือ สีตก ออกจากเสื้อผ้าสีขาว หรือ สีอ่อนเพราะผ้าสีขาวจะดูดซึมสี และสิ่งสกปรกได้ง่าย ดังนั้น การแยกซัก จะทำให้สีสันเสื้อผ้าของเราดูไม่เก่า ไม่หมองง่าย   

2. ศึกษาคุณสมบัติของผ้าก่อนซัก เบื้องต้นอาจจะดูจาก Care Label     

3. ขจัดสิ่งสกปรกบนเสื้อผ้าเฉพาะที่ ตรวจดูเสื้อผ้าว่า มีสิ่งสกปรกแบบไหน ถ้าเป็นสิ่งสกปรกทั่วไป เช่นฝุ่นละออง ก็สามารถซักได้ตามปกติ  แต่ ถ้าเป็นคราบฝังแน่น สกปรกมาก อาจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรเข้มข้น ป้ายลงบนผ้า และอาจใช้แปรงขัด หรือ ขยี้ ช่วยทำความสะอาด   

4. ก่อนที่จะทำการขยี้ซักแบบปกติ หรือโยนลงในเครื่องซักผ้า ควรแช่ หรือ ล้างสิ่งสกปรกออกด้วยน้ำเปล่าที่ผสมผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่เหมาะสมกับชนิดผ้า ประมาณ 15- 20 นาที  เพราะจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดมากับเสื้อผ้าออกไป เป็นการลดปริมาณสิ่งสกปรกในกะละมังซักผ้า หรือในตัวถังของเครื่องซักผ้า    

5. ขั้นตอนการซักผ้า   – ถ้าซักด้วยมือ ควรไล่ซักตั้งแต่เสื้อผ้าสีขาว สีอ่อน ไปเรื่อยจนถึงเสื้อผ้าสีเข้ม เสื้อผ้าสกปรกมาก และผ้าสีตกให้ซักเป็นอันดับสุดท้าย วิธีนี้จะทำให้สีเสื้อผ้าไม่หมอง สีไม่ตกใส่กัน   – สำหรับเครื่องซักผ้า  ควรคัดเลือกผ้าเป็นพิเศษ ผ้าขาวแยกซัก 1 ครั้ง ผ้าสีเข้มสามารถซักร่วมกับผ้าที่สกปรกมากหรือผ้าที่สีตก ผ้าบางแยกซักกับผ้าหนาคนละครั้ง เพราะเราสามารถเลือกตั้งโปรแกรมวิธีซักปั่นผ้าหนา ผ้าบาง ซักแบบประหยัด ซึ่งจะเหมาะสมกว่าและได้้ผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้น   

6. ขั้นตอนการตากผ้า โดยปกติ การตากผ้ากลางแดด ที่โล่ง ๆ นอกจากจะทำให้เสื้อผ้าแห้งแล้ว แสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง ผ้าบางชนิดหากตากกลางแดด จะมีผลต่อเนื้อผ้า ผ้าเสียคุณสมบัติไป หด ซีดเก่า ได้แก่ ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้ายืด ผ้าขนสัตว์ ผ้าไหมพรม ผ้าชุดชั้นใน หรือผ้าชนิดพิเศษ ที่ระบุโดยเฉพาะว่าต้องตากในร่ม อาศัยเพียงลมโกรกเท่านั้น จึงไม่ควรตากกลางแจ้ง และอีกอย่างผ้าทุกชนิด ไม่ว่าจะตากในที่ร่มหรือกลางแจ้ง ก่อนการตากควรสบัดให้เนื้อผ้าเรียบ คลายตัว จะง่ายต่อการรีด และต้องกลับด้านนอกเข้าด้านใน เพื่อป้องกันการซีดของเนื้อผ้าค่ะ   

7. ขั้นตอนการรีด การรีดกดทับและความร้อนที่ใช้ มีผลกับเนื้อผ้าทั้งนั้น ดังนั้น จึงควรศึกษาเนื้อผ้าแต่ละชนิด หากไม่แน่ใจ ให้ใช้ความร้อนต่ำๆ หรือปานกลาง และการใช้เตารีดไอน้ำ เป็นอีกวิธีช่วยถนอมเนื้อผ้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังใช้น้ำยารีดผ้าร่วมด้วยจะช่วยให้งานรีดผ้าง่ายขึ้น ไม่เสียเวลานาน และนั่น ทำให้เนื้อผ้าซีดเก่าช้าลง        แหล่งที่มา: web ของ queengarment และ thaitextile

ปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้า    เครื่องซักผ้า คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในการทำความสะอาดเสื้อผ้าและเป็นที่นิยมใช้กันมากในยุคปัจจุบัน เพราะช่วยผ่อนแรง และช่วยประหยัดเวลา ทำให้เราสามารถไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องกังวล ในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าจะต้องเลือกให้ตัวเครื่องเหมาะสมกับการใช้งาน  ดังนี้    1. เลือกความจุให้เหมาะสมกับปริมาณผ้าแห้งที่จะนำเข้าถังซักต่อการซัก 1 ครั้ง                         นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบกำลังไฟที่ใช้กับความจุของถัง เทียบกันหลายๆ รุ่น ก็จะได้เครื่องที่ตรงกับความต้องการและประหยัดไฟ   

2. ฟังก์ชั่นการซัก(ใช้งาน) ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการเลือกซื้อ หากเลือกซื้อแบบถังคู่ก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะซักแล้วผลที่ได้ไม่แตกต่างกันจนเห็นได้ชัดเจน จะต่างกันในเรื่องของราคาเครื่องอย่างเดียว แต่ถ้าเป็นถังเดี่ยว ต้องคิดมากหน่อย เพราะเดี๋ยวนี้มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในเครื่องซักผ้า เพราะฉะนั้นจึงควรเลือกเฉพาะที่จำเป็นและเห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้ใช้เท่านั้น   

3. ราคา   

4. พื้นที่ในการติดตั้งเครื่องซักผ้า    

5.  ยี่ห้อและการรับประกัน ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ     ประเภทของเครื่องซักผ้าที่ใช้ในครัวเรือนที่เห็นกันได้ในปัจจุบัน มี 3 ประเภท คือ   

1. เครื่องซักผ้าประเภทสองถังมีฝาด้านบน    เป็นเครื่องซักผ้าประเภทกึ่งอัตโนมัติ ตัวตั้งเวลาในการซํกและปั่นจะเป็นกลไลลูกบิดแบบ electromechanical (กึ่งกลไกกึ่งไฟฟ้า) ถังหนึ่งจะไว้สำหรับซัก, ในถังซักจะมีแกนหมุนตรงกลาง หมุนให้ผ้าเสียดสีกัน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก และอีกถังไว้สำหรับปั่นผ้าให้หมาด    ข้อดี     ราคาถูกกว่าประเภทอื่น    ข้อเสีย  ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้แยกผ้าจากถังซักมาใส่ถังปั่นหมาดเอง และอาจจำเป็นต้องทำหลายครั้งเนื่องจากถังปั่นหมาดมีขนาดเล็กกว่าถังซักมาก    

2. เครื่องซักผ้าประเภทถังเดียวมีฝาข้างบน    เครื่องซักผ้าประเภทนี้โดยมากจะเป็นแบบทำงานอัตโนมัติ โดยตัวตั้งค่าต่างๆในการซักจะเป็นแบบปุ่มกดหรือแบบลูกบิดที่หมุนได้อย่างเบามือมากกว่าของเครื่องซักผ้าแบบกึ่งอัตโนมัติ (แบบเดียวกับลูกบิดปรับระดับเสียงในเครื่องเสียงและวิทยุบางรุ่น) ควบคุมการทำงานด้วย ไมโครคอนโทรลเลอร์ ที่ประกอบด้วย IC และ ไมโครโพรเซสเซอร์ เข้ามาแทนที่กลไลการตั้งเวลาแบบ electromechanical โดยจะสามารถตั้งระบบการซัก ระดับน้ำ เวลาในการซํกและปั่นหมาด ได้อย่างเสร้จสรรพ ตัวเครื่องจำเป็นต้องต่อกับท่อน้ำ เมื่อตั้งระบบการซักเรียบร้อย เครื่องจะทำการจ่ายน้ำเข้าเครื่อง และตัดน้ำเองอัตโนมัติ จากนั้นทำการซักและปั่นหมาดในถังเดียว    ข้อดี ผู้ใช้งานสามารถตั้งระบบการซัก แล้วรอนำผ้าไปตากได้เลย โดยไม่ต้องมาคอยแยกผ้า ในถังซักจะมีแกนหมุนตรงกลางเช่นเดียวกับแบบสองถัง ใช้พื้นที่ในการติดตั้งแบบจำนวนจำกัด ราคาขึ้นอยู่กับโปรแกรมอัตโนมัติต่างๆและเทคนิคพิเศษ     ข้อเสีย  จำนวนฟังก์ชันการใช้งาน น้อย   

3. เครื่องซักผ้าประเภทถังเดียวมีฝาด้านหน้า    เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติเช่นเดียวกับแบบถังเดียวมีฝาด้านบน แต่มีถังซักซ้อนกันสองถัง ถังซักชั้นในจะทำหน้าที่หมุน ให้ผ้าเสียดสีกันและอุ้มน้ำไว้ในขณะที่หมุนผ้า ถังซักชั้นนอกจะทำหน้าที่อุ้มน้ำไว้ในขณะซักเหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่ซักในปริมาณมากและบ่อยครั้ง    ข้อดี  มีฟังก์ชันการใช้งานที่มากกว่า เช่น เครื่องจะคำนวณประมาณน้ำโดยอัติโนมัติให้เหมาะสม กับปริมาณผ้าโดยเราเลือกเพียงแต่ชนิดของผ้า    ข้อเสีย  ราคาแพง      แหล่งที่มา: lgblogger  และ Wikipedia

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก

ปกติหลังจากอายุ 1 ปี นมเป็นเพียงเครื่องดื่มที่หมายถึง การมีความสุขควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารหลักของเด็กวัยนี้ ถือเป็นเพียงอาหารเสริม ในกรณีที่ดื่มนมมากเกินไปอาจทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากนมปริมาณมากไปลดการดูดซึมธาตุเหล็กในอาหาร    ความจริงก็คือว่า เด็กอายุ 1 ปี ไม่ควรกินนมเกิน 24 ออนซ์ต่อวัน คือ 3 ขวดของขวดนมใหญ่ขนาด 8 ออนซ์ สำหรับในเด็กอายุ 2 -3 ปีควรจะกินไม่เกิน 16 ออนซ์ต่อวัน (2 ถ้วย)     สิ่งที่เราต้องการจากนม คือ แคลเซียม วิตามินดี ไขมันจากนม โปรตีน ซึ่งไขมัน และโปรตีน เสริมเพิ่มจาก ปลา เนื้อสัตว์ ไข่ ได้อยู่แล้ว    ในกรณีของคุณแม่ที่ลูกไม่กินนม (หลังจากเราลองเปลี่ยนชนิด รสชาติ รูปแบบเช่น นมปั่น นมอุ่น นมเย็น แล้ว) เราอาจใช้อาหารทดแทนแคลเซียมจากนม เช่น โยเกิร์ต, เนยแข็ง, น้ำผลไม้เสริม (ไม่เกิน 4-6 ออนซ์ต่อวัน) และธัญพืช เช่น ถั่ว  นอกจากนี้ยังมีแหล่งที่ดีของแคลเซียมและวิตามินดี ในผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี ตำลึง ผักกวางตุ้ง ลองให้ลูกหัดรับประทานผักแต่เด็กนะคะ ในปลา เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาตัวเล็กกรอบ เดี๋ยวนี้ ปลาทูน่า แซลมอน ก็หาง่าย ปลาทูของบ้านเรา ก็มีวิตามินดี และแคลเซียมสูง    สรุปว่า ถ้าลูกไม่ยอมกินนมจริงๆ สามารถกินอาหารที่มีแหล่งแคลเซียมได้ ไขมัน โปรตีนจากเนื้อสัตว์และปลา เช่น ปลาทู ทูน่า ถั่ว ไข่ ส่วนวิตามินดีสามารถได้จากร่างกายสร้างเองเมื่อแสงแดดสัมผัสผิวหนัง  ดังนั้นควรพาลูกไปวิ่งเล่นยามเช้าที่มีแดดอ่อนๆนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งแม่และลูกค่ะ     ดังนั้น ลูกวัย 3 ปี การรับประทานอาหารให้ครบส่วน รวมทั้งผักผลไม้ ออกกำลังกาย จะทำให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงและพัฒนาการดีค่ะ แม้จะไม่ดื่มนมก็ตามค่ะ

ส่วนใหญ่ผื่นที่เกิดจากการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ    –  ภาวะผื่นแพ้สัมผัสชนิดระคายเคืองของผิวหนัง เนื่องจากปัสสาวะ อุจจาระ รวมถึงความอับชื้นจากการใส่ผ้าอ้อม  – ภาวะระคายจากการเสียดสีระหว่างผิวหนังและผ้าอ้อม    แก้ไขได้โดยเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ เพื่อให้ผิวหนังบริเวณนี้แห้งไม่อับชื้น การทาด้วย Protective skin barrier ที่ช่วยในการปกป้องผิวหนังค่ะ

ทำการป้าย บรีส เอกเซล ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น บนคราบก่อน ทิ้งไว้สักครู่ ขยี้ก่อนแล้วจึงทำการซักตามปกติ ด้วยมือ หรือ เครื่อง    

Tip: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการขจัดคราบต่างๆ ควรทำความสะอาดทันทีตั้งแต่เกิดคราบใหม่    หมายเหตุ: ผลลัพธ์ในการขจัดคราบ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณ  และ ระยะเวลาในการทิ้งคราบก่อนการทำความสะอาด

ในเด็กที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ อาจเกิดผื่นเนื่องจากมีการเสียดสีระหว่างผิวหนัง ทำให้เกิดแผลและติดเชื้อ Bacterial และเชื้อราตามมา แนะนำให้พาไปพบคุณหมอนะคะ     ถ้าสงสัยผื่นบริเวณซอกพับว่าเกิดจากจากการติดเชื้อราหรือไม่ อาจต้องขูดเชื้อไปส่งกล้องจุลทรรศน์ และรักษาโดยการทายาฆ่าเชื้อรา 2 -4 สัปดาห์ แนะนำให้ควบคุมน้ำหนัก โดยอาจลดขนมหวานหรืองดดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เช่น น้ำหวานหรือน้ำอัดลม และรับประทานผักและผลไม้แทนค่ะ

ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตถามอายุเด็กนะคะ เพราะเด็กแต่ละวัย จะมีพัฒนาการเรื่องต่างๆ แตกต่างกัน บางวัย อายุเท่านี้ มีปัญหาเรื่องทานข้าว ถือเป็นเรื่องปกติตามอายุค่ะ เช่น     – อายุก่อน 6 เดือน ไม่กินข้าวถือว่าปกติ ยังไม่ควรให้กินด้วยซ้ำค่ะ  – อายุ 1 – 2 ปี เบื่อข้าว ห่วงเล่น ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ไม่ถึงกับต้องกังวลใจ โดยเฉพาะ ถ้าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ    เมื่อไม่ทราบอายุ ขอตอบกว้างๆนะคะ การให้ลูกกินข้าว ควรฝึกวินัยเช่นเดียวกับเรื่องกิจวัตรประจำวันอื่นๆค่ะ  – กินเป็นเวลา ตามมื้อ เช่น อายุ 1 ปี ขึ้นไป ควรกิน 3 มื้อเช่นเดียวกับพี่ๆ และผู้ใหญ่  – ระหว่างมื้อ ไม่กินจุกจิก เช่น ลูกอม ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ ซึ่งจะทำให้ไม่อยากทานข้าว ไม่รู้สึกหิว และยังก่อปัญหาฟันผุ อ้วน ตามมาได้ค่ะ  – ให้ร่วมนั่งโต๊ะทานข้าวกับพี่ๆ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้เด็กรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนทำเช่นเดียวกัน เมื่อหมดเวลาอันควร ควรเก็บสำรับ เพื่อให้เด็กเข้าใจการรับประทานอาหารตามเวลา  – หลีกเลี่ยงการวิ่งไล่ป้อนขณะท่ีเด็กเล่นอย่างอื่นไปด้วย เช่น ขี่รถไป ป้อนไป หรือดูโทรทัศน์ เพราะเด็กจะไม่ได้รู้สึกว่า เป็นกิจวัตรท่ีตนต้องรับผิดชอบ  – บรรยากาศการทานข้าวควรเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่เคร่งเครียด ไม่บังคับหรือขู่ บางมื้ออาจทานมากบ้าง น้อยบ้าง  – เปลี่ยนรสชาติ ชนิดอาหาร ไม่จำเจ ในเด็กโตที่คุณพ่อ คุณแม่ทำอาหารเอง ให้เด็กมีส่วนร่วมทำอาหาร และช่วยคิดรายการอาหาร หรือร่วมจ่ายตลาด การมีส่วนร่วมในมื้ออาหาร ทำให้เด็กสนุก สนใจ และมีความสุขในการรับประทานค่ะ             ถ้าคุณแม่ยังมีข้อสงสัย โปรดส่งคำถามพร้อมรายละเอียด อายุ น้ำหนัก อุปนิสัย อารมณ์มานะคะ ก็จะสามารถช่วยให้หมอนึกภาพชัดเจนขึ้นค่ะ สวัสดีค่ะ

ต้องเรียนคุณแม่ตามตรง ว่า สารพันปัญหาของลูก หมอขอทราบอายุเด็กค่ะ เพื่อจะได้ตอบได้ตรงใจคุณแม่ได้มากกว่า เพราะมิฉะนั้น ทุกคำตอบ จะค่อนข้างกว้างมาก               ในเด็กเล็ก สาเหตุใหญ่ๆ ที่เป็นต้นเหตุก็จะมีจาก  – ไม่สบายตัว รำคาญตัว จากเหตุมากมายที่เด็กบอกไม่ได้ เช่น หิว เปียกแฉะ ที่นอนคัน มีมดแมลง ร้อนไป หนาวไป ฟันจะขึ้น ง่วงเหนื่อย   – เจ็บป่วยจริง เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้องโคลิก ท้องผูก เป็นหวัด แน่นจมูก  – ต้องการให้อุ้ม รู้สึกคิดถึงเสียงพูดแม่ เสียงหัวใจเต้น  – กลัว ฝันร้าย     ดังนั้น เมื่อลูกร้องไห้ ลองสำรวจดูสิ่งที่จะเป็นเหตุได้ สื่งแวดล้อมกระตุ้นอารมณ์ลูกรึเปล่า เช่น เสียงดัง ห้องสว่าง ร้อนหนาว  ถ้าลูกกินนมขวด ควรป้อนนมโดยระวังกลืนลมไปด้วย อาจท้องอืดหรือ ที่นอนเปียกแฉะ    ในเด็กเล็ก แนะนำให้อุ้มลูกขึ้นมาพาดบ่า ลูบหลังเบาๆและพูดปลอบโยนเบาๆระหว่างสำรวจหาสาเหตุ อาจฮัมเพลงปลอบ    ถ้าลูกเล็ก อายุ 1-6 เดือน ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ เป็นเวลาค่อนข้างตรงกันทุกวัน ให้นึกถึงโรค โคลิกในเด็ก (โบราณเรียกว่าโรคร้อง100วัน) ซึ่งก็ยังไม่ทราบสาเหตุ เวลาอื่น ลูกจะสบายๆ อารมณ์ปกติดี แต่ก็เป็นโรคที่ไม่มีอันตราย ร้องไปโตไป และหายไปเองค่ะ    ถ้าลูกโตพูดได้ อาจไม่ต้องถึงกับอุ้ม ใช้คำพูดนุ่มนวล ลูบตามหรือตบก้นเบาๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ให้ลูกรู้สึกปลอดภัย อย่าดุ โกรธ หรือรำคาญลูก เด็กจะสัมผัสความรู้สึกได้ ถ้าอาละวาด เอาไม่อยู่จริงๆ จึงเปิดไฟ ถามคุยกันเลยว่าลูกฝันหรือเป็นอะไร ปลอบใจ สร้างบรรยากาศการนอนใหม่ค่ะ     ดังนั้นถ้าลูกมีอาการร้องไห้ไม่หยุดบ่อยๆ เหนื่อยทั้งเรา เหนื่อยทั้งลูก เรามาช่วยด้วยการป้องกันจะดีกว่านะคะ โดย :     – สังเกตุอาการลูกช่วงก่อนนอนว่า เหนื่อยเกินไป? ตื่นเต้น เล่นสนุกมาก หรือมีสิ่งกระตุ้นอารมณ์ ? มีความเจ็บไข้ได้ป่วย มีภูมิแพ้ คัดจมูก นอนกรน อ้วนเกินไป? ต่อมทอนซิล อดีนอยด์โต? มีอาการไม่ปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรักษา อันอาจเป็นเหตุให้ลูกหลับๆตื่นๆ มีปัญหาการนอน  – ให้ลูกรู้ว่า การนอนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกๆคน กำหนดเวลานอนให้ตามเวลาทุกคืน เป็นกิจวัตรประจำวัน สร้างบรรยากาศท่ีดี ให้รู้สึกปลอดภภัย สบายใจ ซึ่งแต่ละครอบครัวก็มักมีวิธีที่แตกต่างกัน เช่น เตรียมตัวนอนด้วยการกินของว่างเล็กน้อย ผลไม้1 – 2 ชิ้น หรือนม น้ำ ( แต่ให้ระวังว่า อย่ากลายเป็นมื้อหนักนะคะ) แปรงฟัน อ่านหนังสือนิทาน อ่านเอง หรือเล่านิทานก่อนนอน แล้วจบด้วยการนอน  – อุณหภูมิในห้องนอน เสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศ บ้านเรามักมีอากาศร้อนมากกว่าหนาว เปิดหน้าต่าง พัดลมให้อากาศถ่ายเท หรือปรับเครื่องปรับอากาศประมาณ 26 องศาเซลเซียส แต่ปีนี้อากาศหนาวนาน อาจใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นเพียงพอ เด็กมักห่มผ้าไม่ได้ติดตัวทั้งคืน และไม่ได้ตื่นมาห่มต่อได้เอง ควรดูแลให้ในยามหนาวค่ะ  – จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน ได้แก่ ห้องเงียบสงบ ไม่อึกทึก ปิดไฟมืด เด็กบางคนอาจขอแสงเล็กน้อยจากการแง้มประตู หรือไฟสลัวจากที่อื่น การเห่กล่อมเบาๆ การโอบกอด     นอกจากนั้น ในเด็กเล็ก การนอน อาจรู้สึกเหมือนพลัดพรากจากแม่ แม้จะชั่วคราว ลูกบางคนจึงมีสิ่งทดแทน เช่น ตุ๊กตา ผ้าขนหนูผืนโปรด ก็ให้นำเข้านอนด้วย ไม่ผิดกติกานะคะ     หวังว่าคงช่วยผ่อนคลายความกังวลใจนะคะ ขอให้มีความสุขกับการดูแลลูกค่ะ หลายๆปัญหา เป็นธรรมชาติของเด็กที่เราจะใส่ใจแก้ไขด้วยความมั่นใจว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณโสภา    ก่อนอื่นต้องขออภัยคุณโสภานะคะที่ตอบช้าไปนิด     หลานยังไม่พูด แต่เข้าใจที่คนอื่นพูดทุกอย่าง    คงต้องเริ่มถามคุณโสภาก่อนว่า ประวัติการเกิด จนบัดนี้ มีอะไรเสี่ยงกับปัญหาการได้ยินหรือไม่ เช่นตัวเหลืองมากหลังคลอด เจ็บป่วยหนักมาก่อน เคยชัก?    ต่อมา ก็คงต้องดูว่าหลานเติบโตปกดีดี อยู่ในเกณฑ์    พัฒนาการด้านอื่นๆช้าหรือไม่ ..ควรจะ. เดินเก่งแล้ว อยากได้สิ่งใด รู้จักชี้เอา ช่วยตนเองได้ หัดใช้ช้อนทานข้าว ทำตามคำสั่ง รู้จักสบตา มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเรา เล่นหัวหยอกล้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรสังเกต เพื่อแยกในวัยเล็กในเด็กออทิสติก ซึ่งพูดช้าเช่นกัน ถ้ามั่นใจว่าการพัฒนาการด้านอื่นๆสมวัย    การช่วยเหลือ ก็หันมาทบทวนการเลี้ยงดูค่ะ    – เปิดโทรทัศน์ให้หลานดูมากหรือไม่ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำการดู TV ค่ะ  ทำไมรึคะ? โทรทัศน์ให้ภาพและเสียงที่ผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว แต่เด็กวัยนี้ยังต้องการเวลาในการสอนพูด ว่าสิ่งนี้คืออะไร เรียกว่าอะไร ต้องการความเข้าใจ    – ที่บ้าน พูดเกิน 1 ภาษาหรือไม่ เช่น ไทยบ้าง จีนบ้าง ภาษาที่แตกต่าง แม้แต่สำเนียงคนละภาค อาจทำให้หนูลังเลที่จะพูดค่ะ    – ผู้ดูแลให้โอกาสหนูหัดพูด หรือกระตุ้นการพูดหรือไม่? หรือคุยเก่งจนหนูได้แต่ฟัง    ข้อแนะนำ : ลดหรืองดการดูโทรทัศน์    กระตุ้นให้พูดเอง เช่น อยากได้อะไรให้พูดชื่อสิ่งน้ันก่อน อย่ารีบบริการทุกอย่างแบบคนรู้ใจ ไม่ต้องให้ออกเสียงก็ได้ตามต้องการ ชื่นชม เมื่อหนูพูดบอก โปรดอย่าเพิ่งรีบขัดคอว่า พูดให้ดังๆ พูดชัดๆ    สื่งที่อยากแนะนำอย่างยิ่ง ก็คือ การเล่านิทานให้เด็กฟัง ทุกวันค่ะ ขอย้ำนะคะ เล่าทุกวัน  เล่าจากหนังสือนิทาน ด้วยสุ้มเสียงสนุก รับรองได้ค่ะ ทั้งคุณโสภาและหลาน จะมีความสุข สนุกสนาน และผูกพันกัน    เล่าแล้ว อย่าลืมถามกลับ เพื่อให้หนูมีโอกาสได้พูด เราต้องพูดช้าๆชัดๆ อาจให้หนูมองดูปากเวลาเราออกเสียงด้วยค่ะ    เรื่องเทคนิคการเล่านิทาน เป็นเรื่องที่คุยกันได้อีกยาวค่ะ คงจะไม่ขอตอบในที่นี้นะคะ    ข้อสำคัญ ถ้าปรับการเลี้ยงดู 1-2 เดือนยังไม่มีอะไรพัฒนา น่าจะพบกุมารแพทย์ให้ช่วยดูค่ะ    ขอให้คุณโสภาช่วยดูแลหลานที่น่ารักให้พัฒนาได้อย่างดี สมกับที่เอาใจใส่นะคะ โชคดีของหลานค่ะ คืบหน้าประการใดช่วยเล่า ให้หมอฟังด้วย โชคดีค่ะ:)

สวัสดีค่ะคุณแม่    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก  ถ้าเป็นเด็กเล็กผิวค่อนข้างบอบบางและเเพ้ง่าย  แนะนำว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้บนฉลากว่า  ผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยสำหรับเด็กนะคะ    ปกติจะติดไว้ที่ด้านข้างผลิตภัณฑ์นะคะ (ด้านหลังขวดหรือกล่องค่ะ)  ทุกผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่เลือกให้น้องเลยค่ะ เช่น แชมพูอาบน้ำ สบู่ น้ำยาทำความสะอาดเสื้อผ้า    ขอบคุณค่ะ  หมอฐิตาภรณ์

สวัสดีค่ะคุณแม่    ผื่นใสๆตามตัวเกิดได้จากหลายสาเหตุนะคะ เช่น อาจเป็นผื่นในกลุ่มผิวหนังอักเสบ ผื่นแพ้ ผดร้อนก็มีเป็นแบบที่เป็นตุ่มใส่ได้ การติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียเริ่มต้น     แนะนำว่า อาจต้องไปพบคุณหมอนะคะ  การทาแป้ง ถ้าเป็นจากผดร้อน อาการอาจแย่ลงนะคะ  เพราะผิวเด็กเล็ก ต่อมเหงื่อต่อมไขมันยังทำงานไม่เต็มที่  อาจระบายอากาศได้ไม่ดี    ส่วนน้ำยาซักผ้า แนะนำให้ใช้น้ำยาซักผ้าเด็กนะคะ   อาจล้างหลายๆน้ำก็จะช่วยให้ไม่มีน้ำหอมตกค้างค่ะ  ขอบคุณค่ะ   หมอฐิตาภรณ์

การวินิจฉัยโรค คงต้องเห็นคนไข้นะคะ วินิจฉัยจากคำบอกเล่า เกรงจะไม่เหมาะค่ะ หมอให้คำแนะนำดังนี้ค่ะ:           

– คุณครูเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กในวัยใกล้เคียงกันว่า พฤติกรรมเด็กคนไหนผิดไปจากเพื่อนๆ ดังนั้น ถ้าครูไม่ได้สังเกตความผิดปกติของลูก ก็ให้นึกว่าลูกอยู่ในเกณฑ์ปกติที่อาจมีความซุกซนมากหน่อย   

– ในเด็กประถม มีการเรียนเขียนอ่าน คิดเลข … ถ้าลูกทำได้วิชาภาษาไทย ภาษาอื่น สปช. เลขคณิต ในเกณฑ์ ให้สบายใจไว้ก่อนว่า ถ้าแม้ซนมาก ก็ยังไม่ถึงกับรบกวนการเรียนรู้  โดยเฉพาะกรณีนี้เรียนโรงเรียนสองภาษาด้วย ดังนั้น เด็กซน ไม่จำเป็นว่าจะเด็กเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD: Attention Deficit/Hyperactivity Disorder) เสมอไปค่ะ แพทย์จะช่วยวินิจฉัยถ้าคิดว่าสงสัยหรือเป็นปัญหา    เด็กซน อาจเกิดจากพื้นนิสัยของเขาเอง แต่เรามีวิธีปรับการเลี้ยงดูเพื่อช่วยให้ไม่เป็นปัญหาทางพฤติกรรมอื่น โดย :   

– เลี้ยงอย่างมีวินัย มีตารางประจำวันที่สม่ำเสมอ มีระเบียบของบ้าน เช่น กลับจากโรงเรียนไม่เกินกี่โมง ( ในกรณีเริ่มให้กลับบ้านเอง ) หลังกลับถึงบ้าน จะให้เด็กมีกิจกรรมใด กินข้าวเวลาใด  ทำการบ้าน ทบทวนวิชาช่วงไหน นอนกี่โมง กำหนดเวลาให้แน่นอนค่ะ การดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมส์ ควรตกลงเวลาและเอาจริง (วิธีนุ่มนวล เข้มแข็ง จริงจังในการฝึกระเบียบให้เด็กเคยชิน) ระยะแรกเริ่มการเปลี่ยนแปลง อาจมีความยากอยู่บ้าง แต่เราต้องทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ ควรให้เด็กรู้จักหน้าที่ว่า เป็น”นักเรียน” การเรียนเป็นสิ่งสำคัญก่อนการเล่นอื่นๆ   

– รับผิดชอบหน้าที่ตนเอง เช่น เสื้อผ้า ของใช้ หนังสือเรียน ของเล่น ที่นอน เก็บเป็นระเบียบ ที่ผ่านมา ถ้าผู้ปกครองจัดการให้หมด ต้องเปลี่ยนแล้วนะคะ ยับยั้งใจตัวเองไว้ที่จะไม่เก็บให้ คอยชื่นชมเมื่อเด็กทำเอง และเพิ่มหน้าที่ช่วยเหลืองานในบ้านให้ เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ   

– ให้กำลังใจ แสดงความชื่นชมทุกครั้งที่เด็กทำสิ่งที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วง “ปรับนิสัย”  อาจชมด้วยคำพูด ชมให้คนอื่นฟังให้เด็กได้ยิน แสดงความใส่ใจในพฤติกรรมดีของเด็กโอบกอด หอม เป็นรางวัลให้เขารู้ว่าเราชื่นชมพฤติกรรมที่ดี เพื่อให้เขาเติบโตด้วยความภูมิใจ หลีกเลี่ยงการตำหนิติเตียนบ่อยๆหรือแสดงความโกรธ เพราะท่านก็คงเห็นแล้วว่าไม่ได้ผล ถ้ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เราใช้การลงโทษได้ด้วยวิธีไม่รุนแรง เช่นกักบริเวณ แต่ด้วยท่าทีเอาจริง     

– ใช้เวลาอ่านนิทานกันโดยใช้การสนทนาร่วมด้วย ให้เด็กมีสมาธิในการฟัง และการคุยตอบ การดูโทรทัศน์ไม่ช่วยให้สมาธิดี ตรงข้ามอาจทำให้ยิ่งซนไม่นิ่ง เพราะภาพและเสียงเร้าอารมณ์เด็ก   

– ควรมีมุมสงบให้เด็กทำการบ้าน ไม่ว่าการบ้าน หรือการเล่น ควรทำให้สำเร็จเป็นเรื่องๆไปค่ะ ขอให้มีความสุขกับการดูแลหลานซนๆนะคะ 

รวมทิปส์การทำความสะอาดบ้านที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บ หรือ การขจัดคราบต่างๆ คลิกที่นี่ & ค้นหาทุกคำตอบการทำความสะอาด