เมื่อลูกอยากเรียนยิมนาสติก

การเรียนยิมนาสติกสามารถช่วยเด็กน้อยใหีพัฒนาการกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แถมยังมีประโยชน์ในอีกหลายๆด้าน ไปดุกันเลย

ก่อนอื่นต้องขอบอกเหตุผลก่อนว่าทำไมอยู่ๆนานะจอมซนจึงอยากไปเรียนยิมนาสติก เนื่องมาจากมีช่วงนึงที่นานะได้ดูการ์ตูนเรื่อง “Angelina Ballerina” เลยทำให้เกิดความสนใจและอยากทำตามตัวละครหลักในเรื่องที่เป็นหนูนักบัลเล่ต์น่ารักใส่ชุดกระโปรงฟูๆ เริ่มจากเริ่มทำท่าตาม กระโดดตาม อยากใส่ชุดแบบเจ้าหนูน้อยตัวนั้น และมาบอกแม่ว่าหนูอยากเรียนไปบัลเล่ต์ แต่เมื่อปรึกษากับอากงดูแล้ว อากงคิดว่าให้ไปเรียนยิมนาสติกเลยดีน่าจะกว่า จึงลองพานานะไปดูการฝึกสอนทั้ง 2 ที่ ทั้งบัลเล่ต์ และยิมนาสติก เมื่อพาไปดูมาครบทั้ง 2 อย่างแล้ว ได้ผลสรุปมาว่า นานะอยากเรียนยิมนาสติกค่ะ!! แต่น่าเสียดายที่วันนั้นพาไปแล้วคุณครูที่สอนยิมนาสติกไม่อยู่ และอายุนานะเองก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ในการรับสมัครเรียนยิมนาสติก ซึ่งที่ กกท. เปิดรับสมัครเด็กอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปค่ะ เลยได้แต่ลองสำรวจพื้นที่ในโรงยิมแทน สนุกจนแทบไม่ยอมกลับบ้านเลย เสียอย่างเดียวคือที่นี่ไม่เปิดแอร์ค่ะ ร้อนมากแต่ก็เท่ากับได้ออกกำลังกายไปในตัว หากใครสนใจลองเข้าไปทดลองดูได้นะคะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ  

เนื่องจากนานะอยู่ในวัยที่อยากรู้ ซุกซน ชอบหกคะเมนตีลังกาเป็นปกติอยู่แล้ว คิดว่าการฝึกยิมนาสติกให้กับเขาจึงไม่ใช่เรื่องยาก เท่าที่สังเกต เด็กที่เรียนยิมนาสติกจะรู้จัก การป้องกันและหลีกเลี่ยงอันตราย รู้จักการล้มตัวอย่างถูกวิธี รู้จักสร้างวิธีการ และคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้ด้วยตนเอง นำไปสู่การพัฒนาความคิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย  กล้าตัดสินใจ ยิมนาสติกฝึกการเคลื่อนตัวทั้งในแนวราบ และแนวดิ่ง ช่วยให้ร่างกายเด็กรู้จักมีการกระตุ้น รู้จักรวบรวมสมาธิอย่างรวดเร็ว และฝึกความสัมพันธ์ของระบบกล้ามเนื้อ และระบบประสาท สร้างปฏิภาณไหวพริบ เมื่อเด็กฝึกได้ดีแล้วจะรู้สึกสนุกสนาน และรักการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยิมนาสติกยังเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาไปสู่ทักษะการเคลื่อนไหวในกีฬาประเภทอื่นๆ ได้อีกด้วย แต่ว่าต้องรออายุถึงก่อนนะลูก  

ทักษะเบื้องต้นของ “ยิมนาสติก” เป็นพื้นฐานของกีฬาทุกประเภท และเหมาะกับเด็กทุกเพศทุกวัย เพราะเด็กจะมีความพร้อมทั้งทางสรีระและจิตใจ การเคลื่อนไหวจะเป็นธรรมชาติทำให้ง่ายต่อการฝึกฝน เมื่อฝึกกีฬายิมนาสติกแล้ว จะสามารถเล่นกีฬาอย่างอื่นได้อย่างง่ายดาย เพราะได้ทั้ง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และความว่องไว เด็กที่ผ่านการฝึกสอนที่ถูกต้องจะแสดงให้เห็นพัฒนาการในจุดต่างๆดังนี้ 1.เพิ่มความแข็งแรงของร่างกายและหัวใจ ยิมนาสติกต้องใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ 2.เพิ่ม ความยืดหยุ่นของกล้ามนื้อและการเคลื่อนไหวให้ดียิ่งขึ้น ยิมนาสติกทำให้เด็กพัฒนาความเข้าใจและเรียนรู้ในเรื่องการทรงตัว รู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น และการประสานงานในการเคลื่อนไหวต่างๆได้ดี 3.ระบบ ประสาทสัมผัสการรับรู้ดีขึ้น ยิมนาสติกเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกในลักษณะที่พิเศษของแต่ละคน ผ่านการฝึกที่เปรียบเสมือนการค้นคว้า เด็กจะได้ให้ลองทักษะใหม่ๆ พัฒนาและยกระดับความท้าทายให้เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ตามความถนัดและความสามารถของแต่ละคน 4.สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก ยิมนาสติกเป็นการฝึกทักษะเป็นขั้นตอน จากง่ายไปยาก ดังนั้นเด็กจะได้เสริมสร้างความรู้สึกของความสำเร็จทีละนิด และมั่นใจในความสามารถของตัวเองโดยธรรมชาติ 5. มีความอดทน การพัฒนาทักษะไปทีละขั้นของการเรียนยิมนาสติก จะสอนเด็กถึงเหตุผลและความสำคัญในการที่เขาจะตั้งเป้าหมายเพื่อให้เขาพยายาม และบรรลุไปให้ได้ 6. ช่วยให้มีสมาธิในการเรียนหนังสือและการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น  

ไม่เพียงแค่ความสนุก แต่จะเห็นว่ากีฬา “ยิมนาสติก” ยังมีประโยชน์ต่อทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยให้พัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับบุคลิกภาพ เสริมสร้าง IQ ซึ่งเด็กๆ จะมีปฏิภาณไหวพริบที่ดีขึ้น เรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้ออกกำลังกาย และมี EQ ที่ดี ร่าเริงและเข้าสังคมง่าย ถ้าอยากชักชวนให้ลูกสนุกกับการออกกำลังกาย อาจลองให้เริ่มต้นด้วยการเล่นกีฬา “ยิมนาสติก” ดูนะคะ บางทีอาจพบความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่มหัศจรรย์ในตัวเขาก็ได้ค่ะ

การออกกำลังกายเป็นเรื่องสำคัญของคนทุกวัย ในวัยเด็กก็เช่นเดียวกัน การส่งเสริมให้เด็กมีการเคลื่อนไหวออกแรงหรือออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเจริญเติบโตและพัฒนาการเป็นไปตามช่วงวัย แต่สิ่งสำคัญคือ การออกกำลังกายในเด็กนั้นต้องเกิดจากความสมัครใจและความต้องการของเด็กๆเพื่อให้เขาสนุกที่จะทำอย่างต่อเนื่อง เป็นกิจกรรมหรือกีฬาที่ไม่ยากจนเกินไปและต้องทำอย่างพอดี


แบ่งปัน

FacebookPinterestTwitter