ห้องเรียนธรรมชาติของสองพี่น้องวัยซน

ชีวิตคนเมืองแบบครอบครัวของเรา พักอาศัยอยู่ในตึกแถวใจกลางเมือง แทบไม่ได้สัมผัสกับต้นไม้ ใบหญ้า สัตว์ต่างๆ นาๆ เลย นอกจากจะสอนลูกให้รู้จักต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า ผลไม้ และสัตว์ต่างๆ ผ่านหนังสือ และซีดีแล้ว วันว่างของครอบครัวเราชอบพากันไปสวนสาธารณะ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ คือว่ามันใกล้บ้าน แต่ที่ได้ประโยชน์สุดๆ คือการให้เด็กๆ ได้พากันไปวิ่งเล่นออกกำลัง และทำกิจกรรมกับธรรมชาติบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสวนลุม (ที่นี่ใกล้บ้านที่สุด) สวนรถไฟ สวนสมเด็กสวนหลวง ร.9 พระนางเจ้าสิริกิตติ์ หรือถ้าหยุดยาวก็จะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน เช่น เขาใหญ่ วังน้ำเขียว และสถานที่ที่ครอบครัวของเราไปเป็นประจำคือหัวหินค่ะ  และแทบทุกครั้งที่ไปก็จะพาเด็กๆไปเดินชมป่าโกงกางที่วนอุทยานปราณบุรีเพราะใกล้ที่พักเรา เดินชมธรรมชาติ และสัตว์น้ำในป่าชายเลนกัน ตอนมามิเล็กๆ แม่ก็จะชอบพาไปสวนลุม พาไปเดินเล่นสนามหญ้า พร้อมกับชี้ชวนดูนก ดูต้นไม้ บางทีการชี้ชวนดูโน่นนี่เราก็สามารถสอนเรื่องคำศัพท์ให้ลูกช่วยเสริมพัฒนาการทางภาษาไปในตัวได้ อย่างคำง่ายๆ ออกเสียงง่ายๆ ให้ลูกที่กำลังหัดพูดได้พูดตาม ก็ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัย อีกทั้งการให้เด็กๆ ลองสัมผัสใบไม้ใบหญ้า ก็ทำให้รู้ถึงผิวสัมผัสที่แตกต่างกันได้เป็นอย่างดี

ที่สวนลุมมีนกกระยางด้วยนะ ในสวนลุม จะมีสัตว์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นนก ปลา แมลง สิ่งเหล่านี้ยิ่งช่วยกระตุ้นและเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ดียิ่งขึ้น จากภาพในหนังสือ กลายเป็นของจริง นกที่บินได้จริง ปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำจริง แมลงที่เดินต้วมเตี้ยมจริง แถมมีตัวจระเข้น้อย (ตัวเงินตัวทอง) เดินมาเฉียดเราไปมาให้ได้ตื่นเต้นกันอีกด้วย มามิจะชอบปลาเป็นพิเศษ มาทีไรก็จะชอบให้อาหารปลาด้วยขนมปังถุงใหญ่มีครั้งหนึ่งมามิเห็นกระรอก วิ่งอยู่บนบนต้นไม้ หนูรีบชี้ให้แม่ดู ส่งเสียงตื่นเต้นดีใจ “แม่!! มามิเห็นกระรอกด้วย โน่นงัย มันวิ่งไปโน่นแล้ว แม่เห็นไม๊” เหมือนว่าเค้าจะภูมิใจมากที่เห็นมันก่อนใคร มันคงเหมือนเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่สินะเจ้าตัวเล็ก

สวนสาธารณะที่มามิชอบมาก ถ้าได้ไปทุกครั้งจะมีความสุขมากคือ สวนรถไฟ ที่นี่จะไม่ได้พาไปบ่อยมากนักเพราะค่อนข้างไกลบ้าน และที่นี่แม่ก็พามามิไปตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ พาไปเที่ยวสวนผีเสื้อ ไปวิ่งเล่นสนามหญ้า วิ่งขึ้นวิ่งลงเนินเล็กๆ ซึ่งมามิจะเรียกว่าภูเขา หนูสนุกกับการวิ่งเล่นบนสนามหญ้า วิ่งไปมาจนหัวเปียก เหงื่อท่วมตัว วิ่งไปวิ่งมาไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลย ที่สวนรถไฟมามิจะได้เห็น ต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์หลากหลายชนิดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น นกสีดำตัวใหญ่ ร้องเสียงดัง กา กา เรียกว่าอีกา สัตว์สีเท้าตัวเล็กๆ กระโดดไปมาบนต้นไม้เรียกว่ากระรอก ดอกไม้ใหญ่สีขาวในบึงใหญ่เรียกว่าดอกบัว แมลงปีกใสบินวนไปมาใกล้หนองน้ำเรียกว่าแมงปอ แมลงตัวเล็กลายจุด เรียกว่าแมลงเต่าทอง มามิเรียกว่า Lady Bug แมลงปีกสวยบินตอมดอกไม้เรียกว่าผีเสื้อ (ช่วงที่ดอกไม้บานที่นี่มีผีเสื้อเยอะมาก)

การได้ไปเดินสวนทำให้มามิได้รู้จักต้นไม้ ซึ่งมีทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ใบไม้ มามิชอบเก็บใบไม้ตามพื้นแล้วเดินถือเล่นแกว่งไปมา และได้เห็นดอกไม้สีต่างๆ ด้วย ตอนพามามิไปเชียงราย ก็จะเห็นพัฒนาการการเรียนรู้และใฝ่รู้ของเขาได้ชัดว่าเวลาเจอต้นไม้ที่มีดอกสวยๆ มามิจะถามแม่ตลอดว่าต้นอะไรคะแม่ ดอกอะไรคะแม่ หอมไม๊ ขอดูใกล้ๆ และขอดมกลิ่นดูด้วย ยิ่งตอนเรียนในโรงเรียน มีเรียนเกี่ยวกับต้นไม้ด้วย การที่เราเคยพาเค้าได้ไปรู้จักต้นไม้ประจำ ทำให้มามิสนุกกับการเรียน และทำให้จดจำได้ง่ายขึ้นกลับถึงบ้านก็ให้ปะป๊าช่วยวาดรูปต้นไม้ให้ดู เรียกส่วนต่างๆ ของต้นไม้ ว่ามีอะไรบ้างตามที่ได้เรียนมา

 ต่อมาก็ถึงถึงคราวของโมโม่ เจ้าน้องชายตัวน้อยจอมซนบ้าง สำหรับโมโม่แม่จะคอยสอนคำศัพท์ต่างๆ เหมือนที่เคยสอนให้พี่มามิ แล้วก็กระตุ้นโมโม่ด้วยการพาไปดูนก ดูปลา ดูแมลง ยิ่งโมโม่อยู่ในวัยช่างสำรวจก็ยิ่งต้องการการเรียนรู้ที่มากขึ้น ทำให้ตอนนี้โมโม่จะชอบมากเวลาเจอกับสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น น้องหมา น้องแมว ปลา นก เจอทีไรจะเดินเข้าหาตลอด หัวเราะร่า เข้าไปจับ ไปลูบ แม่ต้องคอยจับตัวโมโม่จอมซนไว้แทบไม่ทันทีเดียว แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าเด็กๆ ได้เรียนรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตหลายอย่างรอบตัวเรา ที่เขาสามารถเป็นเพื่อนกันได้ แล้ววันหนึ่งโมโม่อาจจะเป็นสัตวแพทย์ ก็ได้นะ ใครจะรู้  

เอ๊ะ! นี่มันอะไร ไหนลองจับดูซิ   อนาคตของเด็กจะเป็นยังไง เราอาจจะยังไม่รู้ แต่การให้เด็กๆได้เรียนรู้และได้มีช่วงเวลาอยู่กับธรรมชาติ นอกจะช่วยเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆแล้ว ยังทำให้เด็กๆ สามารถเข้ากับธรรมชาติ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงและหาความสุขกับธรรมชาติรอบตัวได้ แค่นี้คนเป็นแม่ก็มีความสุขแล้วค่ะ  

เห็นนกเยอะมาก ตื่นเต้นอ้าปากกว้างเลย  

รวมทิปส์การทำความสะอาดบ้านที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บ หรือ การขจัดคราบต่างๆ คลิกที่นี่ & ค้นหาทุกคำตอบการทำความสะอาด