ว่ายน้ำ กิจกรรมปล่อยพลังที่เย็นฉ่ำชื่นใจ

เมื่อไหร่ที่มามิลงเล่นน้ำทีไรแม่แหม่มก็จะคิดว่า น่าจะจับมามิหัดว่ายน้ำซะที ก็ได้แต่คิดแต่ก็ติดที่ไม่มีเวลาว่างเลย ไม่ใช่แม่แหม่มนะที่ไม่ว่าง แต่เป็นมามิต่างหาก เพราะเวลาปกติก็เรียนกว่าจะถึงบ้านก็สี่โมง เสาร์เรียนบัลเลต์ วันอาทิตย์ต้องไปช้อปปิ้ง แถมบางทีก็ไปต่างจังหวัดกันอีก หรือไม่ก็ติดงาน เรียกว่าถ้าลงคอร์สว่ายน้ำ 10 ครั้งคนอื่นอาจจะใช้เวลา 2 เดือนก็จบคอร์ส แต่มามิอาจจะต้องเป็น 4 เดือน ก็เลยคุยกับปะป๊าว่าจะลองสอนเองกันก่อน เอาแค่พอว่ายได้นิดหน่อย เป็นการออกกำลังกายด้วยละกัน   ก็เลยเริ่มสอนกันในวันที่เราไปเกาะช้างกัน เป็นทริปที่สัญญากับมามิไว้ว่า ปิดเทอมเมื่อไหร่จะพาไปเที่ยว แล้วเกาะช้างก็เป็นที่ที่มามิชอบมาก ไม่รู้ว่าเพราะที่โรงแรมมีสระว่ายน้ำกว้างใหญ่ หรือเป็นเพราะมีหาดทรายให้เล่น หรือทั้งสองอย่าง ถ้าให้มามิเลือกสถานที่ก็จะเป็นเกาะช้างมาก่อนเลย ทั้งที่ค่อนข้างเดินทางไกล ขับรถกว่า 4 ชั่วโมง รอเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะอีก 1 ชั่วโมง แต่ทั้งมามิ โมโม่ก็ไม่เคยท้อ พอไปถึงที่พักยังไม่ทันได้จัดของ มามิก็ขอลงเล่นน้ำทันที โมโม่ก็พลอยตื่นเต้นร้องตามพี่สาวอีก พ่อแม่ก็ยิ่งปวดหัวเป็นสองเท่า ต้องให้สงบสติอารมณ์กันพักใหญ่ถึงจะพาไปเล่นน้ำกัน  

ก่อนอื่นแม่แหม่มก็ต้องจับแต่งองค์ทรงเครื่องกันเลย เริ่มจากที่ครีมกันแดดที่ต้องทาให้ทั้งสองคน แล้วก็อุปกรณ์ชูชีพให้โมโม่ที่ใส่ให้ทั้งเสื้อชูชีพและปลอกแขน ส่วนมามิใส่แต่ปลอกแขนอย่างเดียวจะได้คล่องตัวเวลาหัดว่ายน้ำ แต่ก็ต้องใส่แว่นตาดำน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเข้าตา จะได้ไม่แสบจนหมดสนุก แล้วทั้งหมดก็พากันไปว่ายน้ำ   ถึงสระว่ายน้ำก็ไม่สนใจอะไรแล้ว มามิชอบกระโดดน้ำ แต่โมโม่ไม่ชอบต้องค่อยๆ หย่อนตัวลง แล้วก็ไม่ชอบตีขาว่ายไปมา ชอบแต่ลอยตัวเพราะมีทั้งเสื้อชูชีพกับปลอกแขน โมโม่ก็เลยสบายเหมือนนอนแช่น้ำไปเรื่อยๆ แม่แหม่มก็เลยให้ปะป๊าดูโมโม่แล้วมาเล่นน้ำกับมามิ ก็ปล่อยให้เล่นน้ำไปก่อนนะ พอได้จังหวะก็ค่อยๆ ท้าทายมามิด้วยการให้มามิดำน้ำ การดำน้ำของมามิก็คือการจุ่มหน้าลงในน้ำ ไม่มีอะไรมาก ก็เป็นการค่อยๆ ฝึกให้รู้จักกลั้นหายใจ ซึ่งมามิพอทำได้มานานแล้ว เพราะเวลาอาบน้ำแม่แหม่มก็ฝึกให้มามิกลั้นหายใจแล้วเอาฝักบัวฉีดน้ำล้างหน้าให้มามิ  เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มามิทำได้สบายๆ  

ต่อไปก็ท้าทายมามิด้วยการทำท่า ร็อคเก็ต คือให้มามิตีขาแล้วก็ยื่นแขนมาข้างหน้า แล้วก็จุ่มหน้าลงในน้ำด้วย ก็บอกมามิว่านี่คือท่าร็อคเก็ต เป็นท่าที่ทำให้มามิพุ่งไปข้างหน้าได้เหมือนจรวดเลย บวกกับทำให้มามิดู มามิก็พอทำได้แต่จะสั้นมากเพราะอาจจะยังไม่เคยตีขาด้วย ดำน้ำด้วย ก็ไม่เป็นไร ทำเท่าที่ได้ก่อน ก็ทำซ้ำไปมาจนได้ระยะเพิ่มขึ้น ส่วนโมโม่พอเห็นพี่สาวว่ายน้ำตีขาอย่างสนุกสนาน ก็เริ่มทำท่าตีขาตามพี่สาว พอเห็นว่าตีขาแล้วร่างกายเคลื่อนไหวได้ ก็ยิ่งตีขามากขึ้น จนกลายเป็นว่ายน้ำไปมาได้ เหลือแต่บังคับทิศทางเท่านั้น ซึ่งปะป๊าก็คอยกำกับทิศทางให้   เล่นกันได้เป็นชั่วโมงพระอาทิตย์ก็ลาลับ ทั้งหมดก็หิวโซ พากันอาบน้ำแล้วไปกินข้าว แล้วก็เป็นอย่างที่คิดคือทั้งมามิและโมโม่กินข้าวกันอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องบังคับให้กิน กินได้อย่างอร่อย เป็นอีกวันที่มีความสุขสำหรับพ่อแม่  

รุ่งขึ้นอีกวัน ทั้งสองตื่นเช้ามาก เพราะเมื่อคืนหลับอย่างไว พอตื่นแล้วก็ขอมาว่ายน้ำกันแต่เช้า ก็เลยบอกว่ารีบไปกินข้าวเช้ากันเสร็จแล้วจะได้ไปว่ายน้ำกัน มามิก็ทำตามอย่างเร็ว เพื่อจะรีบมาว่ายน้ำ แม่แหม่มก็คิดในใจว่าวันนี้ต้องจับมามิถอดปลอกแขนให้ได้ พอถึงเวลาก็เหมือนเดิมคือมามิไม่ยอมถอดปลอกแขน เพราะรู้สึกไม่มั่นใจ ก็เลยปล่อยให้ว่ายไปก่อนเสร็จแล้วก็วางแผนปล่อยลมออกจากปลอกแขน ทำทีว่าปลอกแขนรั่วแล้วนะมามิ จะทำไงดี จะขึ้นหรือจะว่ายต่อ เป็นไปตามคาด มีหรือที่มามิจะยอมเลิก ก็เลยต้องว่ายแบบไม่มีปลอกแขน แต่ก็ต้องพามามิมาว่ายในส่วนที่น้ำตื้น เพื่อจะได้สร้างความมั่นใจ ก็ยังคงทำท่าร็อคเก็ตเหมือนเดิม แล้วพอไม่มีปลอกแขนต้านน้ำ มามิก็ยิ่งว่ายได้เร็วขึ้น ถูกใจมามิมากเลย ก็เลยกลายเป็นเรื่องสนุกมากขึ้น   ส่วนโมโม่ยิ่งสนุกคราวนี้ให้ปะป๊าพาไปปล่อยได้ไกลๆ แล้วให้ว่ายน้ำกลับมาหา ก็ยิ่งทำได้เร็วมากขึ้น จนบางทีกลัวโมโม่จะเหนื่อย ตะคริวกิน ต้องพามาพักบ้าง โมโม่ก็ยิ่งไม่ยอมจะคอยแต่ตีขาตลอด จนต้องปล่อยๆไป คิดว่าถ้าเหนื่อย ถ้าเมื่อยก็คงหยุดเอง ก็กลายเป็นว่าหัดว่ายน้ำได้ทั้งพี่ทั้งน้อง พร้อมกันเลยทีเดียว  

กลับจากเกาะช้าง ทั้งมามิและโมโม่ก็ไม่ได้มีโอกาสไปว่ายน้ำอีกเลย เพราะติดภารกิจต่างๆ  มาได้ว่ายอีกครั้งก็ตอนไปเที่ยวหัวหิน ก็พากันทบทวนบทเรียนกัน ซึ่งก็ยังทำได้ดีค่ะ และต่อไปก็จะค่อยๆ เพิ่มการใช้มือช่วยวักน้ำ ส่วนโมโม่ก็ว่าจะลองถอดเสื้อชูชีพออกแต่คิดว่ายาก เพราะโมโม่ชอบเสื้อชูชีพมาก จนเรียกหาทุกครั้งที่ลงน้ำ   สรุปว่าภารกิจนี้ ก็พอจะทำให้มามิกับโมโม่ว่ายน้ำได้นิดหน่อย ระยะสั้นๆ ก็พอไหว แต่ถ้าให้ว่ายน้ำแบบเป็นเรื่องเป็นราว ก็ยังคงต้องพึ่งพาครูสอนว่ายน้ำดีกว่า ยอมรับเลยว่าการหลอกล่อให้ลูกว่ายน้ำเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ ต้องวางแผนกันเป็นขั้นเป็นตอน เพราะถ้าเด็กปฏิเสธ หรือเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันแล้วละก็ โอกาสที่จะให้เด็กว่ายน้ำอีกจะยากขึ้นมาก ก็ต้องให้เด็กสมัครใจทำ หรือไม่ก็ต้องหลอกล่อบ้าง ท้าทายบ้างแล้วแต่บุคคลิกของเด็กว่าชอบแบบไหนค่ะ แล้วอย่าลืมว่า ต่อให้เด็กว่ายน้ำเป็นก็ต้องให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำเองโดยลำพัง อย่าลืมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ตะคริว หรืออุบัติเหตุค่ะ ปล.

มีคนถามว่า จะซักชุดว่ายน้ำต้องทำอย่างไร ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่ขยำกับน้ำเปล่าแล้วตากก็พอค่ะ พยายามบิดให้น้อย หรือไม่บิดผ้าเลย หรือถ้าเปื้อนมากก็ใช้น้ำยาซักผ้าแบบอ่อนๆ ขยี้เฉพาะจุดที่เปื้อนก็พอค่ะ

รวมทิปส์การทำความสะอาดบ้านที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บ หรือ การขจัดคราบต่างๆ คลิกที่นี่ & ค้นหาทุกคำตอบการทำความสะอาด