การเรียนรู้ของลูกน้อยในฤดูใบไม้ร่วง

การเรียนรู้ของลูกน้อยผ่านการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่สวยงามในฤดูใบไม้ร่วงติดตามอ่านเรื่องเล่าของแม่แมวและน้องเวียงพิงค์ได้ในตอนต่อไปนะคะ

บรรยากาศที่มีหมอกลงจัดและหนามากตอนเช้า อากาศเริ่มหนาวแต่ไม่หนาวจัด ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีแดง หรือ สีเหลืองหรือสีส้ม ขึ้นอยู่กับพรรณไม้ ก่อนที่ใบจะร่วงจากต้นเหมือนปูพื้นพรมอันสวยงามให้กับพื้นดิน เป็นสัญญานของฤดูใบไม้ร่วงมาถึงแล้ว ฤดูกาลนี้แม่แมวและน้องเวียงพิงค์ชื่นชอบมากๆ แม่แมวจะชอบถ่ายรูปสาวน้อยกับสีสันอันสดสวยของใบไม้ และน้องเวียงพิงค์ก็ชอบวิ่งเล่น กลิ้งเกลือกกับใบไม้สวยงามร่วงอยู่ตามพื้นดินตั้งแต่ยังเดินไม่ได้จนถึงปัจจุบัน ทุกๆปีแม่แมวจะบันทึกพัฒนาการของสาวน้อยกับฤดูใบไม้ร่วงในรูปแบบภาพและวีดีโอ

รวมภาพน้องเวียงพิงค์กับฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน

นอกจากระหว่างที่เดินเล่น ถ่ายรูปทุกๆปี สิ่งที่มีมูลค่ามากกว่านั้นคือน้องเวียงพิงค์ได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ปีแรกๆสาวน้อยไม่ค่อยสังเกตถึงสิ่งแวดล้อมมากมายแต่ปีต่อๆมาน้องเวียงพิงค์ เริ่มสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวกลายเป็นสีเหลืองทองและร่วงหล่นลงไปบนพื้น สาวน้อยก็ถามด้วยความสงสัยว่าทำไมใบไม้ถึงร่วงหล่น แม่แมวก็อธิบายว่าเป็นการเตรียมตัวของต้นไม้เข้าสู่ฤดูหนาวที่แสนหนาวเหน็บ อธิบายอย่างคราวๆให้สาวน้อยได้เข้าใจอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ขออธิบายตามหลักวิชาการให้ทุกท่านได้ทราบเกี่ยวกับฤดูใบไม้ร่วงดังนี้คือเป็นการปรับตัวให้ชินกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งของต้นไม้ในการต่อสู้กับความหนาวเหน็บของบรรยากาศ ทั้งนี้เพราะตามผิวของใบไม้นั้นมีรูอากาศมากมายเพื่อระบายความชื้น หากอากาศแห้งเพียงใดความชื้นก็ยิ่งระเหยเร็วมากขึ้นเพียงนั้น และในยามที่มีอากาศหนาวเย็น ความชื้นภายในใบไม้ก็จะระเหยไปในปริมาณมาก ซึ่งความชื้นของใบไม้นี้มาจากการดูดน้ำของรากของต้นไม้นั่นเอง

แต่พออากาศหนาวเย็นบทบาทของรากก็จะลดหย่อนลง ความชื้นที่ดูดรับไว้ก็จะไม่พอต่อการบำรุงเลี้ยงลำต้น อันเป็นอันตรายต่อชีวิตของ ต้นไม้นั้น ๆ ได้ ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด ต้นไม้จึงใช้วิธีทำให้ใบร่วง โดยในระหว่างที่ต้นไม้กำลังผลัดใบนั้นก็จะมีเซลล์อ่อน ๆ เกิดขึ้นระหว่างก้านใบกับกิ่ง ซึ่งในระยะแรกผนังของเซลล์จะบางและอ่อนนุ่ม ทำให้ความชื้นและสิ่งหล่อเลี้ยงผ่านท่อของขั้วกิ่งก้าน ผ่านเข้าไปสู่ใบได้ แต่เมื่อใบแก่ เซลล์ตัวนี้ ก็จะแข็งและเน่าตาม ใบไม่สามารถรับความชื้นและสิ่งหล่อเลี้ยงได้ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบ (น้ำและเกลือแร่) ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง จึงไม่สามารถสร้างสิ่งหล่อเลี้ยง เองได้ ทำให้ใบเหลืองและเหี่ยวแห้ง เซลล์ตัวนี้ก็จะพลอยเหี่ยวแห้งตามไปด้วยเพราะขาดน้ำ พอถูกลมกระหน่ำใบก็จะร่วงเกลื่อนพื้นไปหมด นอกจากนี้แล้วการร่วงของใบไม้นั้นยังเกิดจากการขับสิ่งปฏิกูลออกไปอีกด้วยค่ะ
ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้มีแม่แมวมีกิจกรรมให้น้องเวียงพิงค์ด้วยนอกจากที่ไปถ่ายรูป เดิน วิ่ง และนอนเล่น อยากจะทราบว่าทำกิจกรรมอะไรกันเอ่ย ตามมาดูสาวน้อยและแม่แมวด้วยกันนะคะ

เราไปเดินเล่นที่สวนของพระราชวังฤดูร้อน Eremitage in Bayreuth น้องเวียงพิงค์เตรียมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นพร้อมหิ้วตะกร้าใบย่อมไปด้วย วันนี้มีแสงแดดอ่อนๆ อากาศไม่หนาวเกินไปทำให้สาวน้อยร่าเริงมากๆค่ะ

แม่ให้น้องเวียงพิงค์เก็บใบไม้สีสันแสนสวย ลูกไม้ ลูกนัท ลูกสน ลูกเกาลัด ที่ร่วงหล่นบนพื้นดิน น้องเวียงพิงค์ก็สังเกตเรียนรู้ถึงรูปทรงของใบไม้ ลูกไม้ต่างๆ และเก็บอย่างสนุกสนานมากมายค่ะ

หลังจากเก็บผลผลิตจากฤดูใบไม้ร่วงใส่ในตะกร้าได้จนพอใจแล้วสาวน้อยก็วิ่งเล่น นอนเล่นบนใบไม้แสนสวยเหมือนพื้นพรมบนดิน นอนกลิ้งเกลือกไปมาแบบไม่กลัวเลอะได้ใบไม้แสนสวยเป็นกิ๊บติดผมของขวัญจากธรรมชาติที่ดีเยี่ยม

ตะวันบ่ายคล้อย อุณหภูมิเริ่มต่ำลงเรื่อยๆความหนาวและลมมาปะทะผิวกาย เราสองคนแม่ลูกก็พากันกลับบ้าน วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราสองคนแม่ลูกได้ใช้เวลาว่างด้วยกันสองคนอย่างมีความสุข คุณพ่อไม่ได้มาเดินเล่นด้วยเพราะเป็นวันทำงาน น้องเวียงพิงค์กลับไปบ้านพูดคุยให้คุณพ่อถึงกิจกรรมวันนี้ที่เราสองคนแม่ลูกทำร่วมกัน พร้อมกับโชว์ตะกร้าที่เก็บผลิตผลจากฤดูใบไม้ร่วงให้คุณพ่อได้ดูด้วยความภาคภูมิใจอีกด้วย

วันต่อมาหลังจากน้องเวียงพิงค์เลิกจากโรงเรียนอนุบาลในตอนบ่ายแล้วเราก็ประดิษฐ์ของเล่นตามจินตนาการจากผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงที่เก็บมาเมื่อวาน น้องเวียงพิงค์ตั้งอกตั้งใจทำมาก คิดจินตนาการว่าจะทำสัตว์อะไรได้บ้าง

แม่แมวก็ช่วยบ้างนิดหน่อยตอนที่ปักไม้จิ้มฟันลงบนลูกนัท ลูกเกาลัดแข็งๆเพราะว่าสาวน้อยยังทำไม่ได้ ชี้บอกให้แม่ปักตรงนี้ตรงนั้น เสร็จแล้วก็ระบายสีหน้าตาของเจ้าสัตว์ต่างๆ นำมาวางเรียงกันมีใบไม้ปูพื้นและทำเป็นต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับเล่านิทานจากสัตว์ที่ตัวเองประดิษฐ์ขึ้นมาตามจินตนาการด้วยค่ะ

พอจะมองออกกันไหมว่าน้องเวียงพิงค์ประดิษฐ์ตัวอะไรบ้างคะ ใครที่ทายถูกต้องเก่งมากที่สุดเลยค่ะ

น้องเวียงพิงค์ทำตัวเจ้าเม่นขนฟูซ่อนตัวอยู่ในใบไม้ เจ้าแกะคู่แม่ลูกกำลังกินหญ้าแห้งอยู่ในสวน ทันใดนั้นเจ้าหนอนตัวอ้วนยาวก็ไต่กระดื๊บๆ ผ่านมาทักทายเจ้าแกะคู่แม่ลูก เจ้าเม่นเห็นสัตว์ต่างๆคุยกันอย่างสนุกหัวเราะเริงร่าก็ปรากฎกายออกมาจากโพรงใบไม้ เข้ามาทักทายกล่าวว่า..

สวัสดีจ๊ะ ฉันชื่อเม่นน้อย ฉันไม่มีเพื่อน พ่อแม่ของฉันก็หายไป ฉันมีนิสัยขี้ขลาด หวาดระแวงจึงชอบซ่อนตัวอยู่ในทีปลอดภัย ฉันแอบดูพวกเธอนานแล้วเห็นพวกเธอคุยกันอย่างสนุกสนานหัวเราะเริงร่า ฉันคิดว่าพวกเธอคงจะใจดีมากๆขอฉันเป็นเพื่อนกับพวกเธอได้ไหม?

เจ้าแม่แกะยิ้มอย่างเป็นมิตรพร้อมกับกล่าวว่า ยินดีมากๆ ที่เธอจะมาเป็นเพื่อนกับพวกเรา พวกเราชอบสนุก ใจดี ไม่ทำร้ายเธอหรอกนะจ๊ะ มาสิๆ มาอยู่ใกล้ๆพวกเราแล้วเราจะคุยเรื่องสนุกสนานให้เธอฟัง
เจ้าหนอนตัวอ้วนยาวก็กระดื๊บเข้าไปใกล้เจ้าเม่นเพื่อให้เจ้าเม่นอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และเจ้าสัตว์ทั้งหมดก็กลายเป็นเพื่อนรักช่วยเหลือซึ่งกันและกันต่อไป..

ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้เป็นอีกปีของการเติบโตพร้อมทั้งเรียนรู้ผ่านการเล่นของน้องเวียงพิงค์ ในการเล่นอาจจะมีเลอะบ้างเปื้อนบ้างแต่ภายใต้ความเลอะเหล่านั้นสอดแทรกด้วยประสบการณ์การเรียนรู้ของเจ้าตัวน้อยมากมายค่ะ

ชมคลิปฤดูใบไม้ร่วงกับน้องเวียงพิงค์ในปี 2014 ได้ที่นี่

https://www.facebook.com/video.php?v=753326301401698&set=vb.107604805973854&type=3&theater

ติดตามอ่านเรื่องเล่าของแม่แมวและน้องเวียงพิงค์ได้ในตอนต่อไปนะคะ

รวมทิปส์การทำความสะอาดบ้านที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บ หรือ การขจัดคราบต่างๆ คลิกที่นี่ & ค้นหาทุกคำตอบการทำความสะอาด