เที่ยวเล่นเรียนรู้ป่าชายเลนที่วนอุทยานปราณบุรี

หลังจากที่ติดค้างมามิมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็ถึงเวลาได้ไปหัวหินตามที่สัญญากันไว้ซะที กับหัวหินแล้วเป็นสถานที่ที่ได้ไปบ่อยเพราะโซ้ยโกว (อาหญิง) ของมามิมีคอนโดอยู่ที่เขาเต่า เป็นคอนโดเก่าแล้วล่ะ แต่ฟังก์ชั่นครบ ไม่ว่าชายหาดหน้าคอนโด หรือสระว่ายน้ำสำหรับเด็กๆอย่างมามิและโมโม่ คราวนี้พอถึงวันปิดเทอม ก็ได้ฤกษ์ไปพักผ่อนกันที่หัวหินกัน   แล้วเราก็ออกเดินทางกันแต่เช้าในวันอาทิตย์ ที่เลือกไปวันอาทิตย์เพราะมามิปิดเทอมแล้ว ส่วนแม่กับพ่อก็ทำงานส่วนตัวก็ไม่ติดเรื่องวันหยุด เลยเลือกวันที่น่าจะสบายๆ รถไม่ติด คนไม่เยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง การเดินทางช่างราบรื่น รถไม่ติดเลย ใช้เวลาเดินทาง 2 ชัวโมงเท่านั้น ออกจากกรุงเทพฯ เกือบสิบโมง ไปถึงหัวหินประมาณเที่ยงพอดี ได้เวลาทานข้าวของเด็กๆ ก็เลยพากันเข้าห้าง ก็ไม่พบกับฝูงชนแต่ประการใด เลยไม่ต้องรอคิวนานๆ รออาหารนานๆ จนแม่แหม่มนึกว่าฝันไป นึกว่าอยู่ในหัวหินสมัย 10 ปีก่อนนู้น เมื่อครั้งความเจริญยังไม่มาเยือน

อิ่มกันแล้วก็พากันเข้าที่พัก ซึ่งต้องขับรถจากตลาดหัวหินไปทางเขาเต่า อีกประมาณ 10 กว่ากิโลฯ ก็จะถึงที่พักที่ค่อนข้างสงบ คนไม่พลุกพล่าน (แต่ถ้ามาช่วงเทศกาล ก็แน่นพรึ่บ จนต้องแย่งที่จอดรถกันทีเดียว) พอขนสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย พ่อแม่ก็ไม่ได้พักหรอกค่ะ เพราะทั้งมามิและโมโม่ก็ตื่นเต้นที่จะได้เล่นน้ำ ทั้งน้ำสระที่ไม่มีคนอยู่ในสระแม้แต่คนเดียว กับทะเลที่จัดเต็มมาพร้อมชายหาดกว้างสุดลูกหูลูกตา แม่แหม่มจึงจำเป็นต้องจัดการลิงทั้งสองให้อยู่ในสภาพพร้อมลุย

ช่วงนี้เข้าฤดูร้อน ชายหาดที่นี่ช่วงที่น้ำลงจะทอดยาวไปไกลมาก มามิก็จะชอบมากเพราะจะได้เล่นทรายได้เต็มที่ ถึงทรายจะไม่ขาวแต่ก็ไม่สกปรกค่ะ พอเล่นได้ น้ำทะเลก็เหมือนกัน สะอาดไม่สกปรกเล่นได้ไม่คันตัว ทั้งมามิและโมโม่ก็เลยได้เล่นน้ำทะเลกันจุใจ สลับกับเล่นทรายไปมาจนมอมแมมก็ล้างเนื้อล้างตัว แต่เดี๋ยวก่อนยังไม่ขึ้นหรอกนะคะ สระน้ำขนาดใหญ่รออยู่ข้างหน้า แถมว่างไม่มีคนอย่างนี้ใครจะอดใจไหว ทั้งหมดจึงเคลื่อนตัวลงสระน้ำกันต่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เช้าวันต่อมาหลังจากที่เมื่อคืนมามิและโมโม่ “สลบเหมือด” แทนที่จะตื่นสายกันก็เปล่า เช้ายังไม่เจ็ดโมงก็เริ่มก่อกวนจนพ่อแม่หลับต่อไม่ได้ แม่แหม่มก็เลยจำต้องพาลิงทะโมนไปเดินเล่นยามเช้า เล่นซนกันที่สนามเด็กเล่นขนาดจิ๋วที่ทางคอนโดจัดไว้อย่างเสียไม่ได้ แต่ก็ยังพอให้สองแสบได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน พูดถึงสนามเด็กเล่นก็คิดได้เลยว่าอะไรให้พูดถึงเยอะมาก ไม่ใช่ที่นี่นะคะ แต่เป็นที่อื่นๆ เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังกัน

เสร็จจากกิจกรรมยามเช้า สมองก็ทำงานทันทีว่าจะหากิจกรรมอะไรให้ทำกันต่อ เพราะถ้าไม่มีข้อเสนออะไรเดี๋ยวเด็กๆ ได้กระจองอแงหาเรื่องเล่นน้ำกันอีก ซึ่งดูแล้วท่าทางจะไม่ไหว เพราะเมื่อวานเล่นน้ำกันนานมาก เดี๋ยวจะพาลเป็นหวัดกันงอมแงม ก็เลยคิดว่าน่าจะพาไปเที่ยวเล่นเรียนรู้วนอุทยานปราณบุรี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทีพัก แค่ขับรถไม่ถึงห้านาที และมีสถานที่ที่น่าสนใจมากคือเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติป่าชายเลน ซึ่งมีเส้นทางที่น่าสนใจ สวยงาม และให้ความรู้ไปในตัว มามิน่าจะสนุกได้แบบชิลๆ ส่วนโมโม่ไม่มีใครคาดเดาได้หรอกว่าจะเป็นยังไง

ก่อนจะเข้าป่าเรามาทำความรู้จักกับป่าชายเลนก่อนนะคะ ป่าชายเลนเป็นกลุ่มของสังคมพืชที่ส่วนใหญ่เป็นไม้ไม่ผลัดใบ มีลักษณะทางสรีรวิทยาที่ผิดแปลกไปจากสังคมพืชป่าบก ทั้งนี้เพราะอิทธิพลจากลักษณะของดิน ความเค็มของน้ำทะเลและการขึ้นลงของน้ำทะเล สำหรับแนวเขตที่เด่นชัดของป่าชายเลน ได้แก่ - โกงกางจะขึ้นหนาแน่นบนพืนที่ใกล้ฝั่งทะเล - ไม้แสมและประสักจะอยู่ถัดจากแนวเขตของโกงกาง - ไม้ตะบูน จะอยู่ลึกเข้าไป บนพื้นที่ที่มีดินเลน - ไม้เสม็ด จะขึ้นอยู่แนวสุดท้ายซึ่งเป็นพื้นที่เลนแข็งที่มีน้ำทะเฃท่วมถึงเป็นครั้งคราว และแนวเขตนี้ถือว่าเป็นแนวติดต่อระหว่างป่าชายเลนกับป่าบก - ปรง จะพบทั่วๆไปในป่าชายเลนแต่จะขึ้นอย่างหนาแน่นในพื้นที่ถูกถาง ป่าชายเลนถือว่าเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู และปลา ป่าชายเลน สามารถผลิตอาหารแร่ธาตุหลายชนิด โดยได้จากการร่วงหล่น และสลายตัวของเศษไม้ ใบไม้ ยาวนิดนึงแต่มีประโยชน์มากๆค่ะ

เรามาถึงวนอุทยานปราณบุรีหลังจากทานข้าวเช้ากันเรียบร้อยแล้ว แม่แหม่มเตรียมตัวเด็กๆ ด้วยการทาโลชั่นกันแดดให้ทั้งสองคน หาเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมงให้มามิกับโมโม่ พร้อมกับหมวกคนละใบ เมื่อพร้อมแล้วก็พามามิและโมโม่ออกสำรวจป่าชายเลนกัน การเดินสำรวจนั้นต้องเดินไปตามสะพานไม้ซึ่งจัดสร้างเอาไว้ ตัวสะพานแข็งแรงและปลอดภัยมากๆ รับรองว่าเด็กๆ ไม่พลัดตกลงไปแน่นอน ในระหว่างทางที่เดินก็จะมีป้ายบอกลักษณะภูมิประเทศของป่าชายเลน ต้นไม้ชนิดต่างๆ ที่มีลักษณะพิเศษ สัตว์น้ำต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศน์ป่าชายเลน

การเดินสำรวจในช่วงเวลาสิบโมง ในวันที่แดดจัดอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับเด็กเล็ก แต่ในบางจังหวะก็จะมีสายลมพัดโชยมาเรื่อยๆ ทำให้คลายระดับความร้อนของเราได้พอสมควร การเดินไปเรื่อยๆ จึงไม่น่าเบื่อ พอมาถึงครึ่งทางจะพบกับที่นั่งพักริมคลองเก่า ที่ซึ่งมีความร่มรื่นของป่า และความเย็นของสายน้ำมาบรรจบกัน ทำให้เราทั้งหมดนั่งพักผ่อนเติมพลังให้เด็กๆ ด้วยน้ำ นม และขนมอย่างเพลิดเพลิน ที่นี่จะมีบริการเรือยนต์พาล่องดูปากน้ำปราณ และธรรมชาติริมคลองใช้เวลารอบละ 45 นาที ถ้าไม่ติดว่าโมโม่มาด้วยแล้วล่ะก็ คงได้ใช้บริการแน่ๆ กลัวโมโม่จะแผลงฤทธิ์ระหว่างทาง ก็เลยคิดว่าออกเดินทางกันต่อ เพื่อไปยังหอชมวิว ซึ่งจะเห็นทิวทัศน์รอบๆบริเวณป่าชายเลนแห่งนี้ได้ไกลสุดสายตา ยิ่งเจอใบไม้เขียวๆ ของป่าปรง ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นก็ยิ่งดูเขียวชะอุ่ม สดชื่นดีจริงๆ

ในระหว่างการเดินสำรวจธรรมชาติ เด็กๆอาจจะมีการส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวรบกวนสิ่งมีชีวิตในป่า จนตื่นตกใจ บางครั้งเราก็ต้องคอยควบคุมอาการตื่นเต้นของเด็กๆลงบ้าง อาจจะล่อหลอกให้เด็กๆ หัดสังเกตสิ่งต่างๆ รอบๆตัว ให้อยู่ในความสงบไม่ส่งเสียง หรือหลอกล่อด้วยสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ลักษณะต่างๆ หรือจะเป็นภารกิจที่มอบหมายให้เด็กๆ อย่างมามิแม่แหม่มก็จะให้มามิคอยเฝ้าระวังมดแดงให้โมโม่ คอยดูอย่าให้มดแดงไต่ตามตัวน้องได้ ส่วนโมโม่แม่แหม่มก็ให้เก็บใบไม้ตามทางโยนลงพื้นดิน เพื่อให้เป็นอาหารให้กับดินต่อไป

แล้วเราทั้งหมดก็วนกลับมาถึงจุดเริ่มต้น ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ครบรอบ ก็มาถามมามิว่าจำได้ไม๊ว่าเราเจออะไรบ้าง มาทบทวนกันดูซิ มามิจำปูดำ ซึ่งเป็นปูที่หากินในป่าโกงกาง มีปลาตีนซึ่งชอบอาศัยอยู่ในป่าชายเลน มีต้นโกงกางซึ่งมีรากยาว รูปร่างประหลาดและงอกโผล่พ้นดิน มีมดเยอะแยะ มีใบไม้และลูกไม้โกงกางที่มามิช่วยหย่อนลงดินให้งอกงามต่อไป มีแมลงปอ ที่หอชมวิว และที่มามิประทับใจก็น่าจะเป็นปูดำเพราะพบได้เยอะมาก ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าแห่งนั้นได้อย่างดี

เก็บฝักไม้โกงกางตามพื้นทางเดิน หย่อนลงไปในดิน เป็นการช่วยขยายพันธุ์ไม้

จบทริปแล้วเราก็กลับไปหาข้าวกลางวันทานกัน และปิดวันด้วยชายหาด และสระว่ายน้ำเช่นเคย เป็นอีกวันที่แม่แหม่มคิดว่า เป็นการเที่ยวที่ได้ประโยชน์กับมามิและโมโม่ ตัวโมโม่เองอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความสวยงาม แต่คิดว่าน่าจะได้รับรู้ถึงความรื่นรมณ์ในการเดินไปตามทางดูปู ดูต้นไม้ ดูแมลงและธรรมชาติ ถึงแม้ช่วงท้ายๆอาจจะมีเหนื่อย ง่วง และหิว แต่เด็กๆก็ไม่ย่อท้อ อดทนไปด้วยกันจนมาถึงจุดหมายได้ในที่สุด มามิก็ดูตื่นตาตื่นใจไปกับเส้นทางเดินอย่างเห็นได้ชัด ความรู้ที่ได้ก็หวังว่าจะทำให้มามิมีความรู้สึกรักษ์ธรรมชาติ และมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นในอนาคต

ตอนแรกเองแม่แหม่มก็ไม่คิดนะคะว่า การมาหัวหินจะเป็นแค่การมาทะเล เล่นน้ำ พักผ่อน แล้วก็อาหารทะเล แต่สุดท้ายก็ดีใจนะที่ได้หากิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้ลูกได้สนุกแถมมีความรู้ ความรักษ์ธรรมชาติพ่วงมาด้วย ทำให้ทริปนี้มีทั้ง “สนุก” และ “สาระ” ครบค่ะ อย่าลืมนะคะถ้ามาหัวหินก็แวะมาเที่ยว วนอุทยานปราณบุรี กันนะคะ

รวมทิปส์การทำความสะอาดบ้านที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บ หรือ การขจัดคราบต่างๆ คลิกที่นี่ & ค้นหาทุกคำตอบการทำความสะอาด